2005/Dec/21

ตอนที่ 10 เอ่ยคำว่า..รัก

เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ กะพริบขึ้นลงขับไล่ความง่วงงุนอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะผุดลุกขึ้นจากที่นอน

เช้าแล้วเหรอเนี่ย..ยังง่วงอยู่เลย

คนเพิ่งตื่นนอนบ่นงึมงำเมื่อมองเห็นเวลาจากเข็มนาฬิกาลางๆ..

นี่คงเพราะตื่นเช้าเป็นนิสัย พอได้เวลาปุ๊บเขาก็เลยตื่นปั๊บแม้จะยังเป็นเวลาเช้ามืดอยู่ก็ตาม แต่ช่วงนี้เป็นหน้าร้อนทำให้สว่างเร็วกว่าปกติ แสงยามเช้าตรู่ของวันใหม่จึงเริ่มสาดส่องและลอดเข้ามาบ้าง แต่ก็เป็นแสงสีทองนวลที่ดูนุ่มละมุนอบอุ่นดี พลอยทำให้รู้สึกว่าวันนี้ก็คงจะเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง..

ร่างโปร่งค่อยๆลุกออกจากเตียงอย่างสะลึมสะลือเพราะยังไม่ตื่นดีนัก ในใจกะว่าจะไปล้างหน้าล้างตาแล้วจะรีบกลับบ้านเพื่อไปทำธุระสำหรับวันนี้ให้เรียบร้อยตามที่คิดเอาไว้

พอดีสายตาไปกระทบเข้ากับเงาดำใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟา ทำเอาสะดุ้งตกใจจนต้องเผลออุทานออกมา แต่พอมองดีๆแล้วจึงรู้ว่าเงาดำๆนั้นก็คือเจ้าของห้องนั่นเอง เลยรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น เพราะกลัวว่าจะทำเสียงดังและทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา

มานอนอะไรตรงนี้เนี่ย..หนาวแย่เลย

เจพึมพำด่าตัวเองที่ทำให้ดวงเมืองต้องสละที่นอนอันแสนอบอุ่นให้เขา แหม..จริงๆแล้วมานอนด้วยกันก็ได้แท้ๆ เขายินดีและเต็มใจอย่างที่สุดอยู่แล้ว

พอคิดแบบนี้ก็พลันรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เลยต้องรีบสลัดความคิดนั้นออกไปแล้วคว้าผ้าห่มบนเตียงมาห่มให้กับคนตัวโตที่นอนขดอยู่นั้นอย่างเบามือที่สุด หลังจากนั้นก็คุกเข่าลงข้างๆ นั่งเท้าคางมองหน้าคนหลับอยู่อย่างนั้น มองไปมองมาก็หันไปแอบหัวเราะเพราะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนได้ฝันแปลกๆเกี่ยวกับอีกฝ่าย

..นี่สงสัยเขาคงฟุ้งซ่านมากเกินไปเลยฝันว่าคนตรงหน้ายอมรับรักแล้ว.

แม้จะเป็นแค่ฝันแต่ผมก็มีความสุขมาก ขอบคุณนะครับ

เสียงหวานกระซิบแผ่ว นิ้วเรียวเข้าเสยเรือนผมยุ่งของคนหลับให้เข้าที่ก่อนจะโน้มตัวลงจูบเบาๆที่หน้าผากกว้างนั้นด้วยความรักเต็มเปี่ยม แล้วเจจึงละไปทำธุระส่วนตัว

จนกระทั่ง ได้ยินเสียงนาฬิกาข้อมือดังเตือนตอนหกโมงเช้า เขาก็เตรียมพร้อมที่จะออกจากห้องแล้ว เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาดูความเรียบร้อย พบว่าร่างสูงยังคงนอนหลับนิ่งอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิม จึงย่องเข้าไปใกล้ เพื่อจ้องดูชายหนุ่มอีกครั้ง

มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยจริงๆ อยู่แบบนี้แล้วดูเหมือนคนเป็นสามีมองดูภรรยาก่อนออกไปทำงานเลยแฮะ

เอาเข้าไป ความผิดแผลงๆอีกแล้ว

เจแอบขำแล้วจึงขยับผ้าห่มของอีกฝ่ายให้มิดชิดขึ้น และก่อนจะออกจากห้องไปยังเขียนโน้ตเล็กๆทิ้งไว้ด้วย เป็นโน้ตอวยพรที่เขาใช้เวลาเขียนนานที่สุดในชีวิตเท่าที่จำได้เลย เพราะว่าทุกคำ ทุกประโยคต้องรวบรวมความกล้าลงไปตั้งมากมาย

และเมื่อเขียนจบก็ต้องอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ อ่านไปก็ถอนหายใจไปอย่างเป็นกังวลเต็มที่

หวังว่าคงไม่โดนขยำทิ้งหรอกนะ

เจตัดใจ แล้วประทับจูบของตนลงไปที่กระดาษแผ่นบางนั้นเบาๆ ก่อนจะวางมันไว้ที่ข้างหมอนอย่างทะนุถนอม แล้วจึงออกจากห้องไปทันที

และเมื่อเสียงประตูห้องปิดลงแล้ว นัยน์ตาคมของเจ้าของห้องก็ลืมขึ้นมาอย่างฉับพลัน คนที่ (แกล้ง) หลับกลับกระเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาอย่างรวดเร็ว สายตาจ้องมองไปยังบานประตูสลับกับผ้าห่มในมืออย่างใจลอย จนเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็รีบลุกขึ้นไปยังเตียงของตัวเองแล้วหยิบโน้ตแผ่นเล็กๆที่วางอยู่บนหมอนขึ้นมาอ่านทันที

โน้ตนั้นเป็นทั้งคำอวยพรทั้งคำสารภาพของคนเขียน ..น่าแปลกที่คนอ่านอย่างเขากลับอ่านมันได้อย่างใจเย็น แม้ว่าหัวใจจะเต้นถี่เร็วกว่าปกติก็ตามที

Happy Birthday to the One I Love

I'd like to give you so many things for your birthday.

But the thing I would most like for you to have is something

that I'll never give to anyone else but you.

A love... that lasts and lasts.

A love shared... that every day grows more lovely,

more meaningful, and more important.

And a life so good and so happy,

all for you.....with love from me.

See you, this evening

FromJ

นัยน์ตาคมไล่อ่านทีละคำ ทีละประโยค ดั่งจะพยายามทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งถึงความหมายและความรู้สึกที่ส่งผ่านตัวอักษรที่แสนสวยงามเหล่านี้ และเมื่ออ่านจนจบ เขาก็ต้องส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้จริงๆ

Thanks for your love.J

วันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้ช่วงเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าของคฤหาสน์อนันตราชเงียบสงัดกว่าทุกวัน แต่เป็นแบบนี้ก็ดี เพราะเจก็ตั้งใจว่าจะกลับมาแบบเงียบๆอยู่แล้ว

รถเบนซ์สีดำคันงามได้จอดนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ มีคนสวนเก่าแก่มาเปิดประตูให้อย่างรีบร้อน เขาจึงเลี้ยวรถเข้าไปช้าๆ ก่อนจะเปิดกระจกรถทักทายผู้สูงวัยกว่าอย่างเป็นกันเอง

ไงลุงคำ..ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน

เจ้าของชื่อยิ้มกว้างให้กับผู้เป็นนาย ก็คุณหนูไม่ยอมกลับบ้านนี่ครับ นี่ถ้าคุณหญิงท่านยังอยู่ล่ะก็

คนเป็นเจ้าของบ้านหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ถึงคุณแม่จะจากไปแล้ว แต่คุณป้าก็ยังอยู่นะ

เฮอะ!..ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรจะมาเทียบกับคุณหญิงท่านได้หรอกนะครับ

ลุงคำพูดแบบนั้นแล้วก็ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแบบไม่ค่อยพอใจนัก แต่เพียงครู่เดียวก็กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสดังเดิม เหตุผลนั่นก็เพราะวันนี้คุณหนูใหญ่ของตนกลับบ้านแล้วหลังจากย้ายไปอยู่คอนโดส่วนตัวซะหลายวัน

แล้วนี่ไปถึงไหนมาครับคุณหนู ได้นอนบ้างหรือยัง

นอนมาแล้วล่ะ พอดีผมจะกลับมาเอาของหน่อยแล้วก็จะมารอคุยกับยัยจอยด้วย เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ คงยังไม่มีใครตื่นใช่ไหม

ครับ เมื่อวานคุณภูมิกับคุณจอยไปงานเลี้ยง กลับมาก็ดึกดื่นเต็มที คิดว่าวันนี้คงตื่นสายแน่ แล้วคุณหนูจะให้ไปเชิญมาพบก่อนหรือเปล่าครับ

ไม่ต้องครับไม่ต้อง.. เจรีบบอกปัดอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวผมขอไปทำงานซักพักก่อน เอาไว้ถ้าพวกเขาตื่นแล้วก็ให้ใครไปตามมาพบผมที่ห้องทำงานก็แล้วกัน

ลุงคำทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพียงรับคำสั้นๆ

เจยิ้มให้ชายแก่อีกครั้งแล้วจึงขับรถเข้าไปในบ้านของตนด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทว่าก็ยังไม่พ้นสายตาของใครคนหนึ่ง....คน..ที่กำลังจ้องมองรถเบนซ์หรูที่เลี้ยวเข้ามาด้วยสายตาที่แฝงความมุ่งหมายอะไรบางอย่างเอาไว้ผ่านทางหน้าต่างบนคฤหาสน์นั้น

ร่างโปร่งเดินตัวปลิวตรงไปยังห้องของตนทันทีที่เข้ามาในบ้าน และด้วยความชะล่าใจที่ไม่คิดว่าจะมีใครคนอื่นนอกจากตัวเองอยู่ ทำให้เผลอยืนไขกุญแจอย่างใจเย็นอยู่ที่หน้าประตู

ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็ถูกใครคนหนึ่งที่ยืนรอจังหวะอยู่ในเงามืดเข้ากระชากแขนแล้วลากเข้าไปในห้องทันที!!

เจไม่ทันแม้แต่จะส่งเสียงร้อง นั่นเพราะริมฝีปากของตนถูกประกบจูบอย่างรุนแรงแล้ว!! และเขาก็รู้แล้วว่าคนที่เข้ามาจู่โจมล่วงเกินตัวเองอยู่นี้คือใคร!!ภูมิ!!!!

แขนอันแข็งแกร่งของภูมิเข้าโอบกอดผู้เป็นพี่เมียของตนแนบแน่น ตลอดเวลาที่โอบรั้ง ใบหน้าคมไม่คลาดคลาจากใบหน้าสวยเลย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่าแรงขัดขืนเริ่มอ่อนลงแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยผ่อนแรงลงตาม แต่ทว่าความหอมหวานจากรสสัมผัสที่ใฝ่ฝันมานานนี้ก็ช่างยั่วเย้าจนห้ามใจไม่ได้ ภูมิจึงได้แต่ละเลียดความหอมละมุนของคนในอ้อมกอดด้วยความสุขจนพอใจ

ในห้วงเวลาแห่งความทรมานนี้ ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ..

คนที่ถูกล่วงเกินอยู่คล้ายถูกอีกฝ่ายแย่งชิงลมหายใจไป เริ่มสำลักไปกับความรุนแรงที่ได้รับ พร้อมกับร่างกายที่ชาและกำลังหมดความรู้สึกไปทีละนิด! มือที่ผลักไสอ่อนกำลังลงไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน! ในสมองขาวโพลนมึนงงไปหมด! สิ่งสุดท้ายที่นึกถึงอย่างเลือนลางคือใบหน้าของคนที่รักสุดหัวใจ..

เมือ..ง.ช่ว..ยด้วย..ย!!!

คำเรียกสุดท้ายหยุดลงพร้อมกับร่างที่ค่อยๆทรุด แล้วเจก็หมดสติไปในอ้อมแขนของอีกฝ่ายทันที!!

ภูมิรีบโอบรั้งร่างโปร่งขึ้นมาแล้วช้อนอุ้มขึ้นแนบอก พาร่างอันอ่อนระทวยของเจเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ในสุด แล้ววางลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอมที่สุด

ถ้าพี่คิดว่าหนีผมพ้นก็ลองดู

ชายหนุ่มก้มลงจูบที่แก้มขาวของคนที่สิ้นสติอยู่อย่างแผ่วเบาแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้มอย่างหลงใหล มือใหญ่เข้ากระชากเสื้อเชิ้ตตัวหลวมอย่างแรงจนกระดุมขาดกระเด็นและถอดมันออกจากเจ้าของร่างอย่างรวดเร็วก่อนจะเหวี่ยงทิ้งไปอย่างสุดแรง แล้วผิวขาวละเอียดใต้ร่มผ้าตั้งแต่ลำคอเรียวระหงและช่วงไหล่ที่ค่อนข้างบางก็ปรากฏแก่สายตา

ภูมิจ้องมองเรือนร่างของคนตรงหน้าด้วยความกระหายเต็มทน รู้สึกถึงร่างกายที่ร้อนผ่าวและอารมณ์ส่วนลึกของตนที่กำลังพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนแทบควบคุมไม่ได้!!

พี่เป็นของผม

เขาโน้มตัวประทับริมฝีปากของตนลงที่ริมฝีปากนุ่ม กดประทับแนบสนิทและหนักหน่วงขึ้นตามห้วงแห่งอารมณ์ แล้วพยายามสอดแทรกปลายลิ้นของตนเข้าไปสัมผัสความหวานล้ำจากรสจุมพิต ครั้งแล้วครั้งเล่า

เจส่งเสียงครางเครือด้วยความทรมานจากการถูกกดทับและลมหายใจที่ติดขัดจากการขาดอากาศ สติจึงเริ่มกลับคืนมาทีละน้อยและรับรู้จากสัมผัสอันจาบจ้วงของผู้ที่เป็นน้องเขย ว่าตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายล่วงเกินอยู่ และเขาคิดว่ามันคงจะเกินเลยจนสายเกินแก้ ถ้ายังไม่พยายามหาทางหนีตอนนี้!

แต่ในขณะที่เหตุการณ์กำลังเป็นไปเช่นนั้น! เสียงเรียกเข้าอันคุ้นเคยของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะของทั้งสอง!

ภูมิสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะละจากร่างโปร่ง ชายหนุ่มสอดส่ายสายตามองหาที่มาของต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะส่งเสียงสบถเบาๆเมื่อรู้ว่าดังมาจากที่ไหน

ใครวะ..โทรมาแต่เช้า!

เขาเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นที่ตนเหวี่ยงทิ้งเอาไว้ขึ้นมา แล้วหยิบมืดถือเจ้าปัญหานั้นขึ้นมอง..ภาพที่ปรากฏบนหน้าจออันสว่างวาบนั้นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างขึ้น ความรู้สึกโกรธ..ผิดหวัง..เสียใจ ประดังประเดเข้ามาในหัวใจพร้อมๆกัน

DD..เป็นมันอีกแล้ว

ชายหนุ่มจ้องมองรูปเจ้าของชื่อ DD นั้นด้วยความขุ่นเคืองและอิจฉาริษยาอย่างรุนแรง ดวงหน้าขาวเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความอัดอั้น นัยน์ตาทอประกายแข็งกร้าว และเพ่งมองหน้าจออยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเสียงเรียกเข้ามือถือเงียบไป

แต่ทว่า..มันกลับดังขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้ภูมิไม่รอช้าอีก รีบกดรับสายทันที เพราะเขาตัดสินใจแล้วที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายในรูปนี้เป็นอะไรกับพี่เมียของตนกันแน่

ฮัลโหล..เจ..ผมดวงเมืองนะครับ

เสียงที่ออกมาจากปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย และเรียกชื่อกันดูสนิทสนมมาก ภูมิได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตนไม่ให้ตวาดด่าฝ่ายตรงข้ามไปเสียก่อน

..

ฮัลโหล..คุณได้ยินผมหรือเปล่า..เจ..เจครับ

ปลายสายร้องเรียกกลับมาอีกครั้ง ภูมินิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะพยายามเค้นเสียงตอบกลับไป

แกเป็นใคร!..มีธุระอะไรกับพี่!!

คราวนี้ปลายสายเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมา ทว่าเสียงนั้นไม่ฟังดูนุ่มหูเหมือนครั้งก่อนแล้ว กลับแข็งกระด้างและเย็นชา ทั้งยังเปี่ยมอำนาจจนน่าขนลุก

คุณล่ะเป็นใคร นี่ใช่มือถือของคุณเจหรือเปล่า

ฉันถามว่าแกเป็นใคร!! เกี่ยวข้องอะไรกับพี่เจ!!

ผมชื่อดวงเมือง เป็นเพื่อนกับคุณเจ..คุณเจไปไหน ขอผมพูดกับคุณเจหน่อย

แกไม่มีสิทธิ์!..อย่ามายุ่งกับพี่เจอีก แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะ!!

ภูมิกดตัดสายทิ้งทันทีเพราะหลังจากอดทนคุยจนกระทั่งรู้จักชื่อของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็ไม่สามารถจะกักเก็บอารมณ์โกรธแค้นเอาไว้ได้ สุดท้ายเลยเผลอตะคอกใส่ปลายสายเสียงดังลั่นห้อง

ฮ่ะๆๆDD!..ดวงเมือง!!..ดวงเมือง!!!...หลอกผมได้นะ!!!

เขาหัวเราะให้กับความโง่เง่าของตัวเองแล้วรีบหันกลับมาหาคนใจร้ายที่หลอกเขา แต่บนเตียงกลับพบแต่ความว่างเปล่า ร่างนั้นหายไปแล้ว!! พี่เจ!!..

ร่างโปร่งเจ้าของชื่อนั้นได้สติเต็มที่ตั้งแต่ได้ยินเสียงตวาดด่าแล้ว และกำลังลุกหนีเข้าไปในห้องทำงานด้านในด้วยความรีบร้อน เจสะดุ้งขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก พลันเสียเวลาชั่วขณะหันมาจ้องมองร่างสูง ดังนั้นตัวเองจึงชะงักงันอยู่ที่หน้าประตู

อย่าเข้ามานะ..นายบ้าไปแล้ว นายกล้าดียังไงถึง..ถึงได้..โธ่เอ๊ย!..นี่มันในบ้านของฉันแท้ๆ

ตอนนี้ร่างโปร่งอยู่ในสภาพที่ทุลักทุเลเต็มที่ ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด และทั้งร่างยังสั่นสะท้านด้วยความอับอายปนตื่นตระหนก

ภูมิไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าตนอย่างไร ไอ้คนที่โทรมาเมื้อกี้..มันชื่อดวงเมือง .. DD ไหนพี่บอกว่ามันชื่อเดชา ดวงนนท์ยังไง เขาถามกลับด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวและคาดคั้น เพราะนี่ต่างหากที่เขาสนใจ

สองคนต่างพูดกันไปคนละเรื่อง แต่ชื่อดวงเมืองที่ภูมิพูดออกมานั้นกลับทำให้เจตกใจ..แต่เขาก็พยายามระงับจิตใจให้เป็นปกติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเย็นชา ทั้งๆที่ในใจแทบอยากจะหนีออกไปให้พ้นๆจากสภาพอันเลวร้ายนี้เต็มทน

ขอบอกเอาไว้เลยนะภูมิ ถ้านายยังคิดทำบ้าๆแบบนี้อีกฉันจะไล่นายออกจากบ้าน อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ รีบออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!!

เจตะคอกใส่บ้าง แต่ภูมิยังนิ่งงัน นัยน์ตาที่จ้องมองมาแฝงความเจ็บปวดใจอย่างสาหัสแต่ชั่วครู่ก็จางไปอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง!!

ถ้าพี่คิดว่าไล่ผมไปได้ก็เชิญเลย! ผมไม่สน..ซักวัน..ซักวัน..ผมจะทำให้พี่ยอมเป็นของผมให้ได้! แล้วไอ้ดวงเมืองนั่นอีก..ผมไม่ยอมให้มันมาแย่งพี่ไปได้เด็ดขาด!!

พูดจบภูมิก็ทำท่าจะวิ่งเข้ามาหาเจอีกครั้ง ร่างโปร่งจึงรีบเปิดประตูหนีเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของตนทันที! ซึ่งจังหวะที่ปิดประตูนั้นเองก็ทันพอดีกับคนที่เพิ่งไล่ตามมาถึงแบบเส้นยาแดงผ่าแปด!!

ภูมิทุบประตูห้องทำงานดังลั่นด้วยความหงุดหงิด และพยายามผลักดันเต็มที่ แต่ก็ไร้ผล!..

พี่เจ!..ออกมานะ!..ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน..พี่เจ!!..อย่าหนีผม!!

ออกไป!!..ออกไปจากห้องของฉัน!!

เจตะโกนไล่อีกแต่เสียงที่ออกมาก็สั่นพร่าและแหบแห้ง รู้สึกหมดแรงจนต้องใช้หลังพิงประตูนิ่ง แต่เสียงทุบประตูและเสียงอ้อนวอนยังดังต่อไปหลายครั้ง ซึ่งทำให้เขาไม่อาจจะวางใจในความปลอดภัยของตัวเองได้

พี่เจ!!..เปิดประตูนะ!!..ถ้าไม่ยอมเปิด ผมจะพังเข้าไป!!

ออกมาคุยกันก่อน..ผมไม่ทำอะไรพี่อีกแล้ว..นะครับ..พี่

พี่เปิดประตูก่อนเถอะ ผมไม่ทำอะไรแล้วจริงๆ

.

เจได้แต่ใช้ความเงียบโต้ตอบกลับไป ได้ยินเสียงภูมิถอนหายใจเบาๆ เพราะชายหนุ่มทั้งตะคอกด้วยถ้อยคำรุนแรง ทั้งล่อหลอกและขู่ หรืออ้อนวอนขอยอมแพ้ แต่ก็ไม่ทำให้เจที่ขังตัวเองอยู่ในห้องใจอ่อนลงได้เลย

ถ้าพี่ไม่ยอมออกมาพบผม..ผมก็จะนั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าพี่จะเปิดประตู

..

เจยังคงไม่ตอบคำและไม่แยแสสนใจเหมือนเดิม แต่ทว่าสิ่งที่เรียกความสนใจจากร่างโปร่งได้กลับเป็นเสียงๆหนึ่งที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สามในรอบวัน เจรีบแนบหูลงกับบานประตูทันที และพยายามฟังให้ได้มากที่สุด

ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด

ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด..ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด

ส่วนภูมิที่ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งก็ยังไม่สามารถทำให้ประตูเปิดออกมาได้ ความโกรธและน้อยใจมีมากมายจนเต็มหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งพอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมือถือในมือพร้อมกับเสียงเรียกเข้าอันแสนน่ารำคาญนั่น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มแทบอยากจะขว้างมันออกไปให้พ้นหูพ้นตา แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ทำตามความคิด ภาพบนหน้าจอที่สว่างวาบอยู่ก็ทำให้มือต้องหยุดชะงักไป ก่อนที่เจ้าตัวจะสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนต้องกำมือถือในมือเอาไว้จนแน่น!!!

เป็นมันโทรมาอีกแล้ว!!

ภูมิกดรับสายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดกรอกลงไปเสียงดังสนั่น!!

แกอย่าโทรเข้ามาอีก!..ถ้าไม่อยากตาย!!

ฮัลโหล..นั่นคุณเป็นใคร เกิดอะไรขึ้นกับคุณเจ..ผมอยากพูดกับคุณเจ!!

ปลายสายดูจะไม่สนใจคำขู่ของภูมิเลยแม้แต่น้อย

แกชื่อดวงเมืองใช่มั๊ย!! จำเอาไว้!..พี่เจเป็นของฉัน!! แกอย่าได้มายุ่มย่าม ถ้ายังไม่อยากตาย!!

ชายหนุ่มขู่เป็นคำรบสอง แต่ผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิม ไอ้คนที่ชื่อดวงเมืองนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดหวั่นหรือลนลานไปกับคำขู่ของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะน้ำเสียงและคำพูดที่ตอบโต้กลับมายังหนักแน่นจริงจังและเปี่ยมอำนาจกดดันอยู่ในที

ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครและไม่รู้ว่าคุณมีความสันพันธ์อะไรกับคุณเจ แต่ผมกับคุณเจเป็นเพื่อนกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ผมก็ไม่ปล่อยคุณเช่นกัน

แก!!!

แล้วอีกหนึ่งชั่วโมงผมจะโทรกลับไปใหม่ และถ้าผมยังไม่ได้พูดกับเจอีกล่ะก็..ตอนบ่ายวันนี้คุณคงจะได้เจอกับผมแน่นอน แค่นี้นะ

แล้วคนชื่อดวงเมืองก็วางสายไปอย่างใจเย็น คำพูดสุดท้ายนั่นไม่ใช่คำขู่แต่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงถ้าคนทางปลายสายไม่ได้พูดกับคนที่ต้องการ

ไอ้บ้าเอ๊ย!!คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ใครมาขู่ง่ายๆ!!

ภูมิตวาดด่าเสียงลั่น..โมโหมากเสียจนระงับอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ได้..พยายามกัดฟันข่มกลั้นความแค้นเอาไว้ไม่ให้ไปลงกับเจ้าของมือถือ แต่เอาไปลงกับสิ่งที่อยู่ในมือตนแทน

ชายหนุ่มขว้างมือถือเครื่องน้อยออกไปอย่างสุดแรงจนมันไปกระแทกเข้ากับผนังห้อง แล้วก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆอย่างไม่มีชิ้นดี

ข้างในเกิดอะไรขึ้นน่ะ! พี่เจ!..ภูมิคะ! อยู่ข้างในกันหรือเปล่า!!

พี่เจ..ภูมิ เกิดอะไรขึ้น เปิดประตูให้จอยหน่อยสิคะ

.

ภูมิสะดุ้งขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกที่หน้าประตูห้อง เป็นเสียงของจอย ภรรยาของเขาเอง

บ้าชะมัด!!สุดท้ายพี่เจก็หลุดรอดเขาไปอีกครั้งจนได้!!..

ร่างสูงเดินไปเปิดประตูใหญ่ที่ตนล็อคเอาไว้ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แต่ก็รู้ตัวดีว่าทำได้ไม่ดีนักเพราะเห็นผู้เป็นภรรยาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกังวลเมื่อเห็นสีหน้าของเขา

ภูมิ..เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย เสียงดังลั่นไปทั้งบ้านเลย

จอย หรือ จิราวรรณ อนันตราช กำลังเดินเข้ามาภายในห้องด้วยสีหน้าแตกตื่น เห็นสามีของตนไม่ตอบคำกลับเงียบเฉย และมีสีหน้าท่าทางที่ดูไม่ดีนัก จึงได้กลืนคำถามของตนไม่กล้าที่จะซักไซ้อะไรอีก ได้แต่รู้สึกสงสัยเท่านั้น

และไม่เพียงมีหญิงสาวคนเดียวเท่านั้น ที่เบื้องหลังของหล่อนยังมีหญิงสูงอายุท่าทางผู้ดีจัดเดินตามมาอีกคนหนึ่ง..

อะไรกัน!..เสียงดังแต่เช้าเชียว รบกวนชาวบ้านชาวช่องเหลือเกิน เอ๊ะ!..ภูมิมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง แล้วนี่ตาเจอยู่ไหน เห็นแม่บ้านบอกว่ากลับมาแล้วนี่

ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ ผมมาปรึกษาเรื่องโครงการใหม่ของผมแต่พี่เจไม่เห็นด้วยน่ะครับ เราก็เลยทะเลาะกันนิดหน่อย ผมเองก็ใจร้อนด่วนสรุปเกินไป พี่เจเลยโกรธไม่ยอมให้เข้าพบอีก ตอนนี้เข้าไปทำงานในห้องทำงานแล้วครับ ภูมิตอบด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อย

อะไรกัน..เรื่องแค่นี้ทำไมต้องสะบัดหน้าไม่ยอมให้พบด้วยนะ ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะภูมิ เดี๋ยวแม่จะคุยกับตาเจให้เอง

อย่าดีกว่าครับ พี่เจเห็นว่ามันไม่ดี ผมก็ต้องคล้อยตาม

ไม่ได้นะ..เราน่ะเป็นถึงรองประธานยังไงก็ต้องมีน้ำหนักเอาไว้บ้าง วันหลังพอได้ผลงานใหญ่จะได้ทำให้ยัยจอยกับแม่ได้เชิดหน้าชูตากับเขาบ้าง หญิงสูงอายุเดินเข้ามาจับมือลูกสาวและลูกเขยที่ตัวเองแสนภาคภูมิใจเอาไว้ พร้อมกับพยักหน้าแสดงว่าเรื่องทั้งหมดนี้เธอสามารถแก้ไขให้ได้ ไม่ต้องห่วงๆ เดี๋ยวแม่ไปพูดให้เอง ยังไงแม่ก็มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ ตาเจไม่กล้าขัดหรอก

จอยที่ตอนแรกดูเป็นกังวลก็ทำท่าโล่งใจขึ้นที่ผู้เป็นมารดายอมออกหน้าให้กับสามีที่รัก ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ ภูมิต้องไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังแน่ๆค่ะ เธอยิ้มให้กับสามี

ภูมิจึงได้แต่เค้นรอยยิ้มอันสุดฝืนขึ้น ผมจะพยายามเพื่อคุณนะ..เอาล่ะ..เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า ผมไม่อยากรบกวนพี่เจ

ชายหนุ่มรีบดึงแขนหญิงสาวผู้เป็นภรรยาให้เดินตามออกมาจากห้อง พร้อมกับเชิญแม่ยายให้ตามตนออกมาด้วยเพราะเกรงว่าทั้งสองคนจะไปพบกับเจ้าของห้องที่กำลังหลบอยู่ในห้องทำงาน และกลัวว่าความจริงอันเลวร้ายที่เขาปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด!

และแม้หญิงสาวจะมีท่าทีอิดออดและรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่ก็คงคาดคิดไม่ถึงว่าสามีของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่..เธอจึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ เพื่อรอโอกาสที่จะได้เอ่ยถามกับพี่ชายต่างมารดาของตนแทน.

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในห้องของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าของห้องตัวจริงที่แอบซ่อนอยู่ในห้องทำงานด้านในล้วนได้ยินชัดเจนทุกคำ และมีหลายครั้งที่เขาต้องการจะออกมาบอกความจริงของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่เมื่อได้ยินเสียงของน้องสาวก็ต้องพยายามอดกลั้นใจเอาไว้

.ยัง.ยังไม่ถึงเวลา..

เจได้ย้ำคำนี้เอาไว้ในใจ น้องสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เขารัก เขาไม่อยากทำให้น้องสาวเสียใจ อีกอย่าง..ถ้าพูดไปจะมีใครเชื่อ! ภูมิ..น้องเขยผู้งามสง่า เป็นสามีที่แสนดี เรียบร้อยและนุ่มนวลใครจะเชื่อ จะเข้าใจ! ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เป็นแบบที่ทุกคนคิดเลยแม้แต่น้อย!!

ร่างโปร่งทรุดตัวลงกับพื้น นั่งพิงประตูอย่างใจลอย พลันน้ำตาอุ่นร้อนไหลอาบแก้มอย่างไม่รู้สึกตัว

..นี่เขารอดมาได้อีกครั้งแล้วใช่ไหม..ครั้งนี้โชคดีเหลือเกิน..แต่มันต้องมีอีกแน่..ครั้งหน้า..ครั้งต่อไป..จะยังโชคดีหนีรอดได้หรือเปล่า!!..

ดวงเมือง

แล้วอยู่ๆชื่อสองคำนี้ก็ลอยผุดขึ้นมา ทำให้เจรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที ใช่แล้วดวงเมืองเป็นคนช่วยเขาเอาไว้ รอยยิ้มจางๆเผยขึ้นมาทั้งน้ำตา เมื่อได้นึกถึง

ยังไงก็ยังมีคุณอยู่..ไม่มีอะไรต้องกลัว

เจลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พลางก้าวเข้าไปหาโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานทันที ในสมองคิดถึงแต่ดวงหน้าคมเข้มที่มักทำหน้าเย็นชาใส่เขาเสมอ..

ป่านนี้จะคิดถึงหรือจะเป็นห่วงเราหรือเปล่า แล้วจะได้รับคำอวยพรที่เขียนไว้ให้ไหม หรือว่าจะขยำทิ้งไปแล้ว ที่โทรมาแต่เช้าอาจจะโทรมาด่าเราก็ได้

เจคิดแล้วก็หัวเราะออกมา มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่คลอขังอยู่อย่างไม่ใส่ใจและพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตนอีก

เขาเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจทันที ได้ยินเสียงสัญญาณดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่จะมีคนกดรับสายซึ่งเป็นเสียงแข็งๆที่ฟังดูเครียดขึงราวกับเพิ่งไปทะเลาะกับใครมา

ฮัลโหล..นั่นใคร

ฮัลโหล..ผมเจครับ เป็นอะไรไป..ทะเลาะกับใครมาหรือ เจพยายามปรับเสียงให้เยือกเย็นลง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คุณเจ!!..คุณ..เป็นอะไรหรือเปล่า!!

เสียงปลายสายที่ฟังดูดุและเย็นชาเปลี่ยนเป็นร้อนรนขึ้นมาทันที และยังฟังดูอ่อนโยนขึ้นด้วย

เปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไร ทำไมครับ..เป็นห่วงผมเหรอ

ก็เป็นห่วงน่ะสิ ถามได้..ผมโทรเข้ามือถือคุณ ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เป็นคนรับ ท่าทางไม่ใช่เล่นเลย ผมก็เลยนึกว่าคุณ

เจนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าคนนิ่งๆเฉยๆอย่างดวงเมืองจะเป็นห่วงเขามากขนาดนี้ แสดงว่าการ์ดอวยพรที่เขียนเมื่อเช้าได้ผลเกินคาด

ผมไม่เป็นไรแล้วครับ พอดีผมลืมมือถือไว้ที่โต๊ะและน้องเขยผมเขาก็เลยเก็บไว้ให้

ผู้ชายคนนั้นเป็นน้องเขยคุณ?

ใช่ครับ เขาชื่อภูมิ ต้องขอโทษคุณด้วยถ้าเขาเสียมารยาท

ดวงเมืองเงียบไป ทำให้เจอดใจเต้นระทึกไม่ได้

ดูท่าทางเขาจะหวงพี่เมียอย่างคุณมากนะครับ

ไม่นะครับ อย่าเข้าใจผิดเขาเป็นแค่น้องเขยเท่านั้น คุณคงไม่คิดว่า.

..

ดวงเมืองเงียบไปอีกครั้ง ความเงียบ..ที่ทำให้เจทั้งใจเต้นและรู้สึกอึดอัด

คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เรื่องของน้องเขยคุณ ผมไม่อยากรับรู้ งั้นแค่นี้นะครับ

เสียงตอบกลับไม่มีความอ่อนโยนอีกแล้วและทำให้เจรู้สึกตัวชา จึงรีบละล่ำละลักเรียกปลายสายเอาไว้ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วทำท่าจะไหลออกมาอีก

เดี๋ยวครับเมืองคุณ..คุณโกรธผมหรือ

เจไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา

คุณวางสายหรือยัง ถ้ายัง..ก็พูดกับผมหน่อยนะ..ผมขอโทษ..เมืองเมือง

..

คุณพูดกับผมหน่อย..ผมอยากได้ยินเสียง..อย่าเพิ่งวาง..

.

ฮัลโหล..ม..เมืองฮัล..โหล

เจอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เมื่อพยายามเรียกคนรักเอาไว้แต่ที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงันที่ว่างเปล่า นัยน์ตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาและน้ำตาก็ไหลออกมาจริงๆ เจส่งเสียงสะอื้นเบาๆด้วยความเสียใจ มือที่กำหูโทรศัพท์คล้ายไม่มีแรงที่จะถือมันเอาไว้

..แต่ก่อนที่เขาจะวางมันลงก็พลันได้ยินเสียงตอบกลับมาเบาๆ!

อย่าร้องไห้..ผมยังไม่ได้วางสาย ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปหา

เจกำหูโทรศัพท์แนบแน่นขึ้นอีกครั้ง แม้นัยน์ตาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาจนภาพเบื้องหน้าเลือนลางไปหมดแต่มีสิ่งหนึ่งที่แจ่มชัด นั่นคือความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากใจ

เมือง

คุณไม่สบายใช่ไหม เมื่อคืนก็ตัวอุ่นๆด้วย

ผมไม่เป็นไรตอนนี้มาพักที่บ้านแล้วคุณ..ไม่โกรธ..ใช่ไหม

ผมไม่ได้โกรธคุณ อย่าคิดมากอีกนะครับ ผมแค่.อืม.ช่างเถอะ

เจรู้สึกใจพองโตขึ้นอย่างประหลาด วันนี้..วันเกิดของคุณ..

อ้อ!ใช่ครับ..เอ่อ..ขอบคุณสำหรับคำอวยพร แล้วก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่ต้องให้มารอจนดึกขนาดนั้น วันหลังถ้าผมกลับช้าก็ไม่ต้องรอนะครับ

ผมยินดีรอ ใช่แล้วจะรอตลอดชีวิตเลย..เจยิ้ม ดีใจที่คุณอ่านการ์ดของผมนะ..ผมนึกว่าคุณจะขยำมันทิ้งทันทีที่อ่านจบซะอีก

ตอนแรกก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอดีผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ก็เลยว่าจะเอาไปให้ไอ้วุตหรือไม่ก็คุณดลแปลให้ครับ

ฮะ!..อะไรนะ!!..คุณอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรือครับ!!

เจทำหน้าตกใจเต็มที่ โอ้!..ที่คิดว่าการ์ดอวยพรของเขาได้ผลนั้นผิดถนัดเลย มันไม่ได้ผลเลยต่างหาก!!

ไม่ออกครับ

อ่า!!.เจตบหน้าผากตัวเอง

..บ้าชะมัด!..เขาดันลืมนึกเรื่องภาษาไป คิดแล้วก็คอตกด้วยความผิดหวังทันที แต่ทว่าเมื่อกี้เขารู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆดังออกมาจากปลายสายนะ

..เอ๊ะ..หรือว่าหูฝาดไป..

ว่าไงครับ คุณจะอวยพรผมเป็นภาษาไทยไหม ถ้าไม่..ผมจะเอาไปถามเพื่อน

อย่า!..อย่าครับ!! เอาไปให้คนอื่นดูล่ะก็อายตายเลย อย่าเอาไปให้ใครดูนะแล้วก็ห้ามขยำทิ้งด้วย ไม่งั้นผมโกรธไว้..ไว้คืนนี้ ผมค่อยอวยพรคุณป็นภาษาไทยก็แล้วกัน..แค่เราสองคน

อืม..ผมจะรอ แล้วพบกันเย็นนี้ แค่นี้นะครับ

ครับ แล้วผมจะไปแน่นอน..บาย

เจเอ่ยลาอย่างมีความสุข ก่อนจะวางสายไปอย่างอาลัย..

ใช่แล้วของขวัญ!ที่เขายอมกลับบ้านจนต้องเกือบเสียท่าน้องเขยก็เพื่อมาเอาของขวัญพิเศษสำหรับดวงเมืองเท่านั้นเอง..

ร่างโปร่งรีบวิ่งไปหาตู้เซฟเล็กๆด้านซ้าย หมุนรหัสอย่างชำนาญ..สักพักเซฟส่วนตัวก็เปิดออกมา..ภายในมีเงินสดกองรวมไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นเอกสารสำคัญของตระกูลและธุรกิจรวมถึงบรรดาเครื่องเพชรมากมายของมารดา และด้านในสุดที่ช่องลับยังมีกล่องกำมะหยี่เล็กๆกล่องหนึ่งซุกซ่อนเอาไว้ด้วย

เจหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม..และเปิดออกดูด้วยความหวงแหน..

เขาจะมอบสิ่งนี้ให้กับดวงเมือง..และมันจะกลายเป็นของขวัญพิเศษที่ให้กับคนที่เขารักมากที่สุด

TBC ใกล้ไคลแมกซ์แล้วสิ ^^ มีผิดตรงไหนรบกวนบอกด้วยนะค่า ขอบคุณมากๆ

2005/Dec/21

ตอนที่ 9 หัวใจและความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่ง

นี่ใช่มั๊ย..คนที่พี่รัก!

ร่างสูงของภูมิยืนกอดอกมองเจด้วยสายตาโกรธขึงเต็มที่ สายตาคมไล่เลยไปที่โทรศัพท์เจ้ากรรมในมือของอีกฝ่ายก่อนจะคว้าข้อมือบางขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองชื่อของปลายสายบนหน้าจอด้วยความโกรธจัด!

DD มันเป็นใคร!!

เจที่เพิ่งจะระงับสติได้รีบกระชากข้อมือของตนกลับด้วยความตกใจกลัว แต่ภูมิก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ทั้งสองเลยยื้อยุดกันไปมาอยู่แบบนั้น

ปล่อยนะ!! เสียงใสตะโกนลั่น

พี่ก็บอกมาก่อนสิว่า DD คือใคร!! พูดจาสนิทสนมกันขนาดนั้น มันคือแฟนของพี่ใช่ไหม!!

ไม่ใช่!! แค่ลูกค้าคนสำคัญ นายอย่ามายุ่งเลย ปล่อยฉันได้แล้ว! เจรีบเอ่ยปฏิเสธ และเริ่มรู้สึกกังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับผิดในน้ำเสียงอันสั่นเครือของตนได้

มันชื่ออะไร!!

ก็บอกแล้วว่าเป็นลูกค้า นายไม่ต้องสนใจหรอก

ผมอยากรู้ ถ้าพี่ไม่บอกผมก็จะไม่ปล่อย

ภูมิจ้องหน้าพี่เมียของตนนิ่ง ไม่สนใจอาการยื้อยุดฉุดกระชากของตนตรงหน้าซักนิด แต่ผู้คนภายในล๊อบบี้กลับเริ่มหันมามองกันบ้างแล้ว ซึ่งทำให้เจต้องรีบส่งสายตาเตือน แต่ภูมิยังคงมีท่าทางไม่สนใจอยู่เหมือนเดิม

เดชา ดวงนนท์ พอใจหรือยัง เจตอบแบบไม่สนใจนัก ยังพยายามสะบัดข้อมือของตนให้พ้นจาการถูกดึงรั้ง

ผมจะไปดูรายชื่อลูกค้าของเราว่ามีคนชื่อเดชา ดวงนนท์หรือเปล่า หวังว่าพี่คงไม่ได้โกหกผมนะ พูดจบ ภูมิก็ยอมปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระแบบไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่

อยากจะไปดูก็ตามใจ เขาเป็นลูกค้าคนสำคัญที่ติดต่อกับฉันโดยตรง นายหาไปก็คงไม่เจอง่ายๆหรอก

เจไม่คิดจะเสวนากับน้องเขยให้นานนักจึงรีบเดินหนีออกมาทันที แต่ภูมิก็ติดตามมาแบบไม่ยอมให้คลาดสายตา เขาจึงต้องถอนหายใจออกมายาวๆเพราะรู้สึกอัดอัดใจเต็มที

..สงสัยว่ากลับไปบ้านคราวนี้คงต้องไปคุยให้จริงๆจังๆกันซักครั้งแล้ว.

วันนี้ที่ร้านของดวงเมืองยังคงแน่นขนัดไปด้วยบรรดาลูกค้าเหมือนเคย

เจเข้ามาในเวลาที่ค่อนข้างเป็นช่วงดึกแล้ว เขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะประจำของตนแบบไม่ต้องมีใครมาคอยดูแลเพราะเป็นขาประจำที่นี่ สักพักกาแฟดำหอมกรุ่นก็มาเสิร์ฟให้

กาแฟครับคุณเจ วันนี้มาดึกจัง

เจส่งยิ้มให้ วันนี้งานยุ่งน่ะ แล้วเจ้านายไม่อยู่เหรอ

อยู่ครับ แต่เห็นรับโทรศัพท์แล้วก็ผลุนผลันออกไปเลย นี่ถ้ารู้ว่าคุณเจมาคงต้องรีบมาหาแน่ๆเลยครับ เพราะตั้งแต่เปิดคลับก็เห็นชะเง้อมองที่หน้าประตูตลอด พอไม่ใช่คุณเจก็หน้าบูดเลย พวกผมล่ะแย่ไปตามๆกัน

ทำไมอย่างงั้นล่ะ ไม่แน่..บางทีเขาอาจจะไม่ได้รอผมอยู่ก็ได้นะ

น้อยไปสิครับ เอกก้มลงแอบกระซิบเบา เมื่อวานเจ้านายเขารอคุณเจตั้งแต่เย็นเหมือนกัน พอรู้ว่าคุณเจไม่มาก็อารมณ์เสียใหญ่ แต่พอได้เบอร์โทรจากคุณดลเท่านั้นแหละ พณฯท่านก็ยิ้มออกทันทีเลยครับ

หัวใจดวงน้อยของเจพองโตจนแน่นหน้าอก นี่ดวงเมืองเริ่มมีใจให้เขาแล้วใช่ไหมความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าคนๆนั้นกำลังจะยอมรับเขาแล้ว..

อ้อ..แล้วก็อีกเรื่องครับคุณเจ..พรุ่งนี้วันเกิดเจ้านาย คลับของเราจะปิดบริการเร็วหน่อยเพราะจะจัดปาร์ตี้เล็กๆกัน คุณเจก็มาด้วยกันสิครับ เป็นโอกาสดีเลยนะ

วันเกิดของเมืองเหรอ เจทำท่าตกใจมาก เพราะตนไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำไมตัวเองไม่รู้เรื่องที่สำคัญของคนที่รักแบบนี้

ฉันมาแน่นอน ขอบใจนะที่บอก เพราะถ้าเอกไม่บอก เมืองก็คงไม่ยอมบอกฉันแน่ๆ

เอกพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับหัวเราะ ก่อนจะขอตัวไปทำงานของตนต่อ เจจึงนั่งรอคนรักต่อไป พลางคิดอะไรเพลินๆ วันเกิดของดวงเมืองทั้งที ต้องพิเศษหน่อย แต่ตายละหว่า! เขายังไม่ได้เตรียมของขวัญเลยนี่นา.. พรุ่งนี้แล้วด้วยสิ! ..เจจึงพยายามนั่งคิดหาของขวัญที่จะต้องพิเศษสุดๆ

เมืองเขาจะชอบอะไรนะ เนคไทไม่ดี ไม่เห็นเคยผูกนี่นา หรือจะเอาปากกา...ก็พื้นๆเกินไปหน่อย เอ..หรือซื้อรถซักคันให้ไปเลย..โอ๊ย! เขาก็รู้หมดสิว่าจริงๆแล้วเรารวยน่ะ

..คิดไปคิดมาก็ไม่ได้ของถูกใจซักอย่าง เลยนั่งหน้าเครียด แต่บางทีก็อมยิ้มขึ้นมาแล้วก็กลับมาหน้าเครียดใหม่ ..

ทำไมมันยากแบบนี้นะ

เจบ่นอุบเมื่อนึกหาของขวัญที่ถูกใจให้ไม่ได้ หรือจะเอาตัวเองผูกโบว์ให้ดี แต่แค่คิดก็รู้สึกขนลุกแล้ว ถ้าดวงเมืองเห็นเข้าคงจับเขาโยนออกนอกคลับแน่ความคิดบ้าๆ (แต่อยากทำแฮะ)

คิดอะไรอยู่ครับท่านประธาน เดี่ยวหน้าเคร่งเดี๋ยวหน้ายิ้ม คนมองกันทั้งคลับแล้วครับ

อยู่ๆก็มีร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งก้มลงมามองเขา พร้อมรอยยิ้มขำ ด้านหลังยังมีหญิงสาวสวยในชุดราตรีสีดำสั้นดูเซ็กซี่กำลังหัวเราะอยู่เช่นกัน

อ้าวคุณกร..คุณโส มาได้ยังไงกันนี่

ร่างสูงใหญ่เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวก่อนเจ้าตัวจะนั่งลงตรงข้ามผู้เป็นเจ้านาย ก็นัดเดทกับสาวสวยอย่างโส ผมก็ต้องเลือกคลับหรูๆหน่อยสิครับ จริงไหม

โสรยาหันไปส่งสายตาหมั่นไส้ให้ จนภากรต้องยอมสารภาพ

แหม ผมพูดเล่นครับ วันนี้เราสองคนมาเที่ยวกันเฉยๆ แล้วก็อยากมาทำความรู้จักกับคนสำคัญของเจ้านายหน่อย

เจยิ้มเขิน อย่าไปพูดให้เขาได้ยินเชียว ไม่งั้นโดนโกรธแน่ๆ

คร้าบ คร้าบ แล้วนี่เจ้าตัวอยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ ผมกับโสจะได้ช่วยกันสแกนหน่อย

ไม่รู้สิ ยังไม่เห็นเลย แต่พวกคุณมาก็พอดีเลย ผมกำลังจะโทรไปหาอยู่

มีเรื่องอะไรสำคัญหรือครับ

พรุ่งนี้วันเกิดเมืองเขา ผมคิดว่าจะหยุดงานซักวัน คุณช่วยเคลียร์งานทั้งหมดไปทำวันจันทร์แทนแล้วกัน

ก็พอได้ครับ เพราะพรุ่งนี้ไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้ว

แล้วคุณโสล่ะ ตารางนัดมีปัญหาหรือเปล่า

อ๋อ..ไม่หรอกค่ะ ส่วนใหญ่นัดสำคัญจะอยู่วันจันทร์ หญิงสาวยิ้มและมองไปแบบเข้าใจ หรือว่าเมื่อกี้คุณเจกำลังคิดหาของขวัญอยู่หรือค่ะ

พูดถูกแผงเลย คนเป็นเจ้านายเลยยิ้มแห้งๆ

ภากรมองเพื่อนสาวด้วยความทึ่ง รู้ได้ไงน่ะโส

เขาเรียกว่าเซ้นท์ของลูกผู้หญิงย่ะ ผู้ชายน่ะทึ่มกับเรื่องแบบนี้จะตาย แล้วหันมาสนใจเจ้านายด้วยท่าทางอยากรู้เต็มที่

แล้วคุณเจคิดไว้หรือยังคะ

เจสั่นศีรษะทันที ยังเลย ผมก็พยายามหาอยู่ อยากได้ของขวัญที่ทำให้เขาประทับใจ แล้วก็มีความหมายด้วย

นาฬิกาดีไหมค่ะ ที่แผนกออกแบบเพิ่งจะส่งแบบใหม่มาให้ดู สวยมากเลยค่ะ เหมาะกับคุณสุภาพบุรุษ แล้วถ้าคุณเจสั่งทำพิเศษก็คงจะเป็นนาฬิกาที่มีเรือนเดียวในโลกแน่

เจเองก็รู้สึกปิ๊งไอเดียขึ้นมาตั้งแต่ได้ยินแล้ว นาฬิกางั้นเหรอ จำได้ว่าที่บ้านมี ได้การล่ะ เขาหาของขวัญสุดพิเศษให้คนที่รักได้แล้ว

ขอบคุณมากเลยคุณโส ผมหาของขวัญให้เขาได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้คุณช่วยส่งแบบนาฬิกาทั้งหมดมาให้ผมด้วยนะ เอาแต่เช้าเลย เพราะช่วงบ่ายผมจะให้ช่างลงมือทำตัวเรือน

ได้ค่ะ..

พอหาทางออกเรื่องที่กำลังกลุ้มใจได้เรียบร้อยแล้ว เจก็ยิ้มจนหน้าบานแล้วเข้าสู่โลกส่วนตัวไปเรียบร้อย

สองเลขาจึงพากันยิ้มขัน แล้วหันไปแอบซุบซิบนินทากันสนุก แต่สายตาก็ยังไม่ลืมที่จะสอดส่ายคอยมองหาคนที่โชคดีที่สุดในประเทศที่ได้หัวใจของผู้เป็นเจ้านายไปครองเพราะทั้งสองอยากรู้จริงๆว่าคนที่ชื่อดวงเมือง..คนที่ถูกรัก..หน้าตาจะเป็นยังไง..

..ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว.

แต่เจก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของคลับ หัวใจที่ตอนแรกพองโตก็เริ่มเหี่ยวแฟบลงบ้างแล้ว ใบหน้าสวยดูเศร้าระคนผิดหวัง แต่ลึกๆก็ยังมีความหวังอยู่ว่าวันนี้คงจะได้พบหน้าแน่ๆ ส่วนสองเลขาก็นั่งมองหน้ากันไปมาแบบไม่รู้จะช่วยเจ้านายยังไงดี

คุณเจ ดึกแล้วนะครับ ผมว่ากลับบ้านก่อนดีกว่า ภากรบอก รู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้านิดหน่อย

นั่นสิคะ ดึกมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่าค่ะ โสรยาเอ่ยสนับสนุน

เจไม่ได้ตอบ เพราะเขายังไม่อยากจะกลับเลย ในใจรู้สึกสงสัยไม่รู้ว่าดวงเมืองไปไหนถึงกลับดึกขนาดนี้ หรือจะเป็นเพราะโทรศัพท์นั่นกันนะ ใครโทรมา..ผู้หญิงหรือเปล่า แค่คิดก็รู้สึกไม่ดีซะแล้วสิ

คุณสองคนกลับไปก่อนเถอะ ผมจะนั่งอยู่อีกซักพักนึง เขาตอบเสียงเบา

แต่ว่า โสรยาไม่เห็นด้วย พลางหันไปขอให้คนข้างๆช่วยพูด แต่ภากรก็ได้แต่ส่ายหน้า

ถ้างั้นเราสองคนกลับก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรโทรหาพวกเราได้ตลอดเวลาเลย

ภากรบอก แล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง โสรยาจึงต้องลุกตามอย่างเสียไม่ได้ เธอจึงส่งสายตาเคืองๆมาให้ชายหนุ่มแต่เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ขอบคุณนะ ทั้งสองคนเลย คุณกรส่งคุณโสให้ถึงบ้านนะ แล้วขับรถกลับระวังด้วยล่ะ เจยิ้มส่ง

สองเลขาก้มศีรษะให้ผู้เป็นเจ้านาย แล้วจึงพากันเดินออกมายังภายนอกคลับ ภากรยังคงมีท่าทีสบายๆผิดกับโสรยาที่ออกจะโกรธๆอีกฝ่ายอยู่นิดหน่อย

กร ทำไมไม่พูดให้คุณเจกลับบ้านล่ะ มันดึกมากแล้วนะ เธอถาม

ร่างสูง เปิดประตูรถให้หญิงสาว แล้วดันอีกฝ่ายให้เข้าไปอย่างไม่ค่อยสนใจอยากจะตอบคำถามนัก

และหลังจากที่หญิงสาวนั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้วก็ยังอดบ่นไม่ได้ ใครๆก็รู้ว่าคุณเจตราเข้าพบยากขนาดไหน ขนาดคนใหญ่คนโตบางคนยังรอคิวยาวเหยียด แถมไม่รู้ว่าจะถูกปฏิเสธหรือเปล่าด้วย บางคนถึงขนาดขอร้องเธอให้ช่วยนัดพบคุณเจเป็นการส่วนตัวให้ด้วยซ้ำ

อีตาดวงเมืองนั่นก็ร้ายชะมัด ให้ท่านประธานของเรามานั่งรออยู่ได้ตั้งหลายชั่วโมง รู้บ้างหรือเปล่านะว่าคนที่อยากจะพบคุณเจน่ะต้องรอคิวยาวขนาดไหนกัน ตัวเองโชคดีขนาดนี้ยังไม่รู้คุณค่าอีก น่าหมั่นไส้จริง

เอาน่า..ตอนนี้คุณเจกำลังอยู่ในห้วงรัก ถึงลำบากแค่ไหนแต่เพื่อคนที่รักก็ยอมทำทั้งนั้น ฉันถึงไม่ยอมพูดไงล่ะ เพราะพูดไปเจ้าตัวก็ไม่ยอมฟังหรอก

แล้วจะปล่อยไว้แบบนี้เหรอกร..ฉันรู้สึกเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้สิ

พูดจบ โสรยาก็หันมองไปทางคลับโดยไม่รู้ตัว

ก็รอดูกันไปอีกซักพัก ยังไงคนๆนั้นก็เป็นคนที่คุณเจเลือกแล้ว และเขาอาจจะไม่เลวร้ายเหมือนที่เราสองคนคิดก็ได้

ภากรบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ขัดกับความรู้สึกในใจ นัยน์ตาสีเข้มมีแววไหวระริกอยู่ลึกๆด้วยความห่วงกังวล

ฉันก็หวังให้เป็นอย่างนั้น กลับเถอะ โสรยาเอ่ยบอก

ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกจากคลับไปอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่นั่งข้างๆยังคงมองไปที่คลับใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

และมองอยู่..จนกระทั่งมันค่อยๆหายลับไปจากสายตา

หลังจากที่สองเลขาคนสนิทกลับไปแล้ว ร่างโปร่งยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่แบบนั้น ในสมองคิดไปต่างๆนาๆ ทั้งเป็นห่วงและน้อยใจ

ก็ตนอุตส่าห์เคลียร์งานทั้งวันจนไม่ได้กินไม่ได้นอน เหนื่อยแทบขาดใจ ทั้งหมดก็เพื่อจะหาเวลามาพบหน้ากัน แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้ต้องรอคอยอยู่คนเดียว ได้แต่นั่งกินกาแฟ ซึ่งบนโต๊ะก็มีอยู่ไม่ต่ำกว่าสามถ้วยแล้ว

เจถอนหายใจยาวแบบหมดหวัง นี่เขาจะกลับบ้านดีไหมนะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่อย่างที่โสรยาบอกจะดีกว่าหรือเปล่า แต่ไม่นาน ความคิดนี้ก็ตกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ได้นะ..ห้ามท้อเด็ดขาด นี่มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น ถ้าเกิดยอมแพ้ตอนนี้จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ

พอตัดสินใจได้แล้วจึงเดินเข้าไปหาบริกรหนุ่มทันที สีหน้าแจ่มใสขึ้น

เอก..วันนี้ผมขอค้างที่นี่ได้หรือเปล่า เจเอ่ยถาม

บริกรหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับเค้าท์เตอร์เครื่องดื่มหันมาส่งยิ้มเจื่อนๆให้ ได้สิครับ ต้องขอโทษคุณเจมากๆเลยครับที่ต้องให้นั่งรอนานขนาดนี้ ผมไม่ทราบจริงๆว่าเจ้านายไปไหน

ไม่เป็นไรหรอก ผมเป็นคนอดทน เรื่องแค่นี้สบายมาก

เจยิ้มตอบ ก่อนจะเดินไปในห้องส่วนตัวของดวงเมืองด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้าเต็มที เขาทิ้งตัวลงบนโซฟากว้าง รู้สึกหมดแรงยังไงบอกไม่ถูก มือทุบลงไปที่หลังคอเบาๆเพื่อคลายอาการเกร็ง และแม้จะกินกาแฟเข้าไปตั้งสามถ้วยแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่อาจห้ามความรู้สึกง่วงงุนที่เริ่มถาโถมเข้ามาได้เลย

อาบน้ำซักหน่อยดีกว่าเรา

ร่างโปร่งค่อยๆลุกจากโซฟา เดินโซเซไปที่ตู้เสื้อผ้า ค้นได้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องมาได้ชุดหนึ่งพร้อมกับผ้าเช็ดตัวอีกผืน แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างคนหมดแรง

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวตัวโคร่งกับกางเกงสีดำหลวมๆ และพอมองตัวเองในกระจกแล้วก็ทำให้นึกถึงคนเป็นเจ้าของขึ้นมาทันที ใบหน้าใสแดงระเรื่อขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

คนอะไรตัวใหญ่จัง เสื้อหลวมโคร่งเลย

เจรีบสลัดความคิดบ้าๆออกจากหัว แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างถือวิสาสะ ก็เจ้าของเขาอนุญาตแล้วนี่นา ยังไงก็ขอรบกวนหน่อยแล้วกัน

นัยน์ตาคู่สวยหลับลงอย่างอ่อนล้า และไม่นานก็เคลิ้มหลับไปแบบไม่รู้ตัว จึงไม่ทันได้รู้สึกว่าในความมืดสลัวนั้นได้มีใครคนหนึ่งซึ่งเดินเข้ามาและนั่งลงที่ข้างเตียง พร้อมกับจับจ้องมองตนอยู่เนิ่นนานแล้ว.

ดวงเมืองกลับเข้ามาในคลับเกือบตีสอง ในคลับยังเหลือเอกซึ่งกำลังขะมักเขม้นเก็บของอยู่ และเมื่ออีกฝ่ายเห็นเขาจึงบอกว่าวันนี้มีคนๆหนึ่งขอนอนค้างที่นี่เพราะอยู่รอพบไม่ไหว

คน..ที่เขาอยากเจอ ซึ่งไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกแบบนั้นได้.

แล้วทำไมไม่บอกเขาไปว่าฉันไม่อยู่ ไม่ต้องรอ

ก็คุณเจท่าทางอยากพบคุณเมืองมากเลยครับ นั่งรออยู่ตั้งหลายชั่วโมงแล้ว พวกผมก็ไม่รู้จะบอกยังไง เอกเอ่ยบอกเจ้านายของตนแบบเกรงๆ ดูคุณเจท่าทางเหนื่อยๆเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน ผมเลยเปิดห้องพักของคุณให้ครับ

อืม เดี๋ยวฉันไปดูเขาเอง ฝากปิดคลับด้วย

ดวงเมืองไม่รอคำตอบโต้จากลูกน้องคนสนิท ร่างสูงเดินพรวดๆเข้าไปในห้องส่วนตัวของตนทันที

ภายในห้องค่อนข้างมืดสลัว แถมอากาศก็เย็นจัดจนรู้สึกหนาว เขาจึงเดินเข้าไปหรี่แอร์ให้เบาลงเล็กน้อย ก่อนจะเข้ามายืนประชิดที่เตียงของตนเอง สายตามองไปยังร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังหลับนิ่งอยู่ แล้วความเรียบเฉยในนัยน์ตาก็แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอ่อนไหว

คุณเจ

ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ และยังคงจับจ้องใบหน้าของคนที่หลับไม่วางตา นิ้วเรียวไล้ไปตามหน้าผาก คิ้ว เปลือกตา แก้ม และหยุดที่ริมฝีปากอ่อนนุ่ม

ดวงเมืองโน้มตัวลงมาเข้าใกล้ใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากนุ่มที่หวานละมุนนั้นอย่างไม่รู้สึกตัว ได้ยินเสียงครางเบาๆจากร่างบนเตียง ทำเอาสมองรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมากะทันหัน และแทบไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำอะไรลงไป

จูบลึกซึ้งที่แสนวาบหวาม ส่งผลให้คนที่หลับอยู่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ก็ยังงัวเงียเต็มที ดวงเมืองจึงถอนริมฝีปากของตนออกมาอย่างยากเย็น

เมือง. เสียงเรียกชื่อของเขาแผ่วหวานจนรู้สึกร่างกายร้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

คุณไม่สบาย นอนพักเถอะ

เขากระซิบเบาแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยรับรู้อะไรเท่าไหร่ คงเพราะกำลังเริ่มจะไม่สบาย และยังอยู่ในอาการมึนงง

เมืองผม..รักคุณ เป็นห่วง..มาก

อืม..รู้แล้วครับ นอนนะ

ใช่เขารู้ถึงความรู้สึกของเจนานแล้ว คำพูดสุดท้ายจากโทรศัพท์ของเมื่อวาน ยังจำได้ตราตรึง

(ราตรีสวัสดิ์เช่นกันที่รักของผม ขอให้คุณนอนหลับฝันดี ผม..รัก..คุณ)

เป็นภาษาฝรั่งเศล คนพูดคงไม่รู้ว่าเขาพูดภาษาฝรั่งเศสได้ ถ้ารู้เข้าคงจะอายจนไม่กล้ามาหาเขาแน่

เจยังไม่ยอมนอนตามคำสั่ง แถมยังพยายามจะลุกขึ้นมาให้ได้ ดวงเมืองจึงต้องดันร่างโปร่งให้นอนลงไปอีกครั้ง แต่ตัวเองกลับถูกฉุดรั้งลงมาแทนเลยพลอยล้มลงไปด้วย ทำให้ใบหน้าได้ใกล้กันจนแทบจะแลกลมหายใจ เจจ้องมองดวงเมืองนิ่ง นัยน์ตาแฝงความรักอันหวานซึ้งไว้เต็มเปี่ยม ก่อนจะพร่ำเอ่ยความในใจออกมาจนหมดสิ้นโดยไม่รู้ตัวสักนิด

รักคุณ..หมดหัวใจ รัก..

ร่างโปร่งรั้งศีรษะของชายหนุ่มเข้ามาใกล้และมอบจูบอันแสนหอมหวานให้ ดวงเมืองไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย แถมยังกดประทับริมฝีปากของตนให้แนบสนิทมากขึ้นอีก รสจูบอันแสนยั่วเย้าและอ่อนหวานที่ได้รับสร้างความร้อนรุ่มในกายจนเขาแทบอดกลั้นไม่ไหว ลิ้นอุ่นรีบเข้าสอดแทรกลิ้มรสความหอมหวนนั้นจนพอใจ จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงอาการหอบและสั่นสะท้านของเจ เขาจึงต้องถอนริมฝีปากออกอีกครั้งด้วยความฝืนกลั้นอารมณ์เต็มที

คุณกำลังทำให้ผมหลง

ดวงเมืองก้มลงจูบที่ขมับของเจเบาๆ เห็นเปลือกตาบางหลับสนิทอีกครั้งก็คลายใจลงได้ส่วนหนึ่ง แต่ความรู้สึกและอารมณ์ที่เกิดขึ้นกลับไม่สามารถจะหยุดยั้งเอาไว้ได้ เขากัดริมฝีปากเบาๆอย่างอดกลั้น จ้องมองใบหน้าของคนที่หลับนิ่งก่อนจะลุกหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

แล้วเสียงครางอย่างสุขสมก็ดังลอดออกมาจากในห้องน้ำ ดวงเมืองได้ปลดปล่อยความอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดออกมาในคราวเดียว และสิ่งที่คิดตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งสิ้นสุดแห่งห้วงอารมณ์มีเพียงใบหน้าสวยใสที่มีรอยยิ้มหวานและรสจูบอันแสนหอมเท่านั้น ความสุขแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อได้นึกถึง

บ้าชะมัด!

เขาสบถด่าตัวเองออกมาเมื่อรู้ตัวว่าความรู้สึกยังไม่ถูกเติมเต็มดีนัก และอารมณ์ยังคงไม่สิ้นสุด ทำไมนะ กับคนๆนี้ถึงเกิดความรู้สึกมากมายขนาดนี้ได้

..นี่เขาต้องยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเริ่มหลงรักเข้าให้แล้วจริงๆ

แล้วการเติมเต็มในอารมณ์ก็เริ่มบรรเลงอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงและเชื่องช้ากว่าเดิมแล้วไม่นานนัก ความสุขก็แผ่ซ่านอีกครั้ง ชายหนุ่มครางออกมาเบาๆอย่างอดกลั้นไว้ไม่ได้ แต่ความรู้สึกสุขสมที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์นี้คงเทียบไม่ได้กับการที่ได้ร่วมรักกับคนที่เป็นที่รักจริงๆ

ทำไมคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้นะ!!..บ้าจริง!!

ดวงเมืองรีบสลัดความคิดอันเลวร้ายนั้นออกไป ไม่กล้าที่จะนึกถึงอีก นั่นเพราะกลัวว่าจะไม่อาจยับยั้งใจตัวเองได้อีก เขาหันไปเปิดน้ำตรงฝักบัวที่อยู่ด้านข้างตัว แล้วปล่อยให้สายน้ำอันเย็นเฉียบพุ่งออกมาราดรดไปทั่วร่างกายคงจะมีแต่สายน้ำนี้เท่านั้นที่จะช่วยลดความร้อนรุ่มของเขาให้เย็นลงได้บ้าง

..แล้วค่ำคืนอันแสนทรมานที่เจือไปด้วยความสุขก็ค่อยๆดำเนินผ่านไปอย่างช้าๆ

ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ไม่เปลี่ยนแปลง แต่คืนนี้ได้มีสิ่งหนึ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว นั่นก็คือหัวใจ..

..หัวใจและความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่ง..

TBC แอบติดเรทนิดๆ (ไม่น่าเกลียด) เพราะฉะนั้น ท่านใดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 13 ปี อนุญาตให้อ่านได้แค่รอบเดียวจ๊ะ และห้ามคิดมากนะ ^o^ ส่วนท่านที่อายุเกิน 13 แล้ว ก็จิ้นกันตามอัธยาศัยเลยค่ะ

2005/Dec/21

ตอนที่ 8 ใกล้ตา..ไกลใจ

แต่ก็ทำได้เพียงสัมผัสริมฝีปากอันหวานละมุนเบาๆ เท่านั้น ดวงเมืองก็สิ้นสติฟุบหน้าลงไปที่ไหล่อีกฝ่ายทันที

เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังทับตนอยู่หมดความรู้สึกไปแล้ว ใจที่เต้นระรัวแทบจะกระดอนออกมาของเจก็ค่อยๆสงบลง เขาลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของคนรักที่อยู่ห่างจากใบหน้าตนไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆนั้นมีกลิ่นเหล้าจางๆ เจเหม่อมองดวงเมืองจนเคลิบเคลิ้ม นิ้วเรียวสัมผัสใบหน้าคมนั้นอย่างหลงใหล

คุณเจ!..คุณเจครับ!..เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ!

เสียงเรียกของเอกดังอยู่หน้าประตูเรียกให้เจตื่นจากภวังค์ จึงดันร่างใหญ่ที่นอนทับตนออกเบาๆ แล้วรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูให้

มาพอดีเลยเอก

เอกมองร่างโปร่งด้วยสีหน้าตื่นๆ

ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าครับ ผมได้ยินเสียงคุณเมืองดังลั่นเลย

นิดหน่อยน่ะ..แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เมาหลับอยู่นู่นแน่ะ

เจเดินกลับเข้ามา เอกจึงเดินตามหลังอีกฝ่ายเข้ามาบ้าง เห็นเศษแก้วแตกกระจายเต็มห้องก็อดอุทานขึ้นไม่ได้ ที่ว่าทะเลาะกันนิดหน่อยคิดว่าคงจะไม่นิดหน่อยแบบที่อีกฝ่ายบอกแน่ๆ

ปกติแล้วเมืองเขานอนที่ไหนเหรอ? เจหันมาถาม

ถ้างานยุ่งๆก็นอนที่นี่ครับ ด้านในยังมีห้องนอนเล็กๆอยู่ห้องนึง

งั้นก็พอดีเลย มา..มาช่วยกันหน่อย

สองหนุ่มจึงช่วยกันดึงร่างอันไร้สติของดวงเมืองให้ลุกขึ้น และช่วยพยุงกันคนละข้าง พาเข้าไปนอนแผ่ในห้องนอนอย่างทุลักทุเล

เอก..วันนี้ผมขอค้างที่นี่ด้วยแล้วกัน ฝากคุณช่วยปิดคลับให้ด้วยนะ

ได้ครับ ถ้างั้นก็ฝากดูเจ้านายของผมด้วยนะครับ

เจยิ้มรับ เอกจึงเอ่ยลาและออกจากห้องไป ทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง

หลังจากที่บริกรหนุ่มจากไปแล้ว เจก็ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงแบบหมดแรง รู้สึกเจ็บระบมที่สีข้างขึ้นมานิดๆเหมือนกัน เขาเหลือบมองคนที่กำลังหลับเป็นตายอยู่บนเตียงแล้วอดเคืองไม่ได้

ร้ายจัง..นี่เราไปหลงรักคนที่อารมณ์ร้ายขนาดนี้ได้ยังไงกันเนี่ย

ร่างโปร่งเอนตัวลงมองใบหน้าของอีกฝ่าย เห็นใบหน้าคมที่ปกติจะเคร่งขรึมเย็นชาเหมือนน้ำแข็งทว่าตอนนี้กลับดูผ่อนคลายลงมาก เจจึงแอบหยิกแก้มเบาๆด้วยความหมั่นไส้

..แบบนี้ต้องเอาคืน เขาอมยิ้ม .

แกล้งอีกฝ่ายเล่นอยู่สักพัก..เจ้าของหน้าคงรู้สึกรำคาญจึงเอามือปัดไปมา เจจึงรีบเบี่ยงตัวหลบ ชักเริ่มหวั่นๆกลัวว่าคนหลับจะตื่นขึ้นมาหาเรื่องอีก จึงรีบลุกไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย กว่าจะทำอะไรเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบตีสองแล้ว เขาสะบัดศีรษะไล่ความเหนื่อยอ่อนก่อนจะเข้าไปนอนเคียงข้างร่างสูง

..เจนอนตะแคงหันหน้ามามองดวงเมืองนิ่ง

สาวิตรี..เป็นใครกัน..เป็นคนรักของคุณหรือเปล่าเมือง..ตอนที่คุณบอกรักผม..คุณบอกผมหรือคุณบอกเธอกันแน่..

หลังมือขาวแนบสัมผัสเบา ที่แก้มของอีกฝ่าย

นอนแบบนี้จะหลับลงเหรอเนี่ยเรา

เขาถอนใจก่อนปิดเปลือกตาลง ไล่ความคิดคำนึงที่ยังค้างคาออกไปจากใจจนหมดสิ้น แล้วนิทราอันแสนหวานของทั้งสองก็ดำเนินไปจนถึงรุ่งเช้า

เสียงเรียกเข้าของมือถืออันคุ้นเคยดังขึ้นในยามเช้าตรู่ เจงัวเงียตื่นขึ้นแบบงงๆ มือข้างหนึ่งควานหามือถือของตนไปทั่ว ซักพักจึงนึกได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของตน เลยรีบกระโดดออกจากเตียงแล้วคว้ามือถือที่วางอยู่บนโต๊ะมากดรับสายทันที

ฮัลโหล

ฮัลโหล..คุณเจครับ..ผมกรนะ

มีอะไรเหรอ..คุณกร โทรมาแต่เช้าเชียว เจถามพร้อมกับหาว นัยน์ตาแอบชำเลืองมองเจ้าของห้องที่ยังหลับนิ่งอยู่

วันนี้คุณมีประชุมตอนเก้าโมงเช้านะครับ

พอได้ยินว่ามีประชุมแต่เช้า เจก็หายง่วงทันที ประชุมเช้า!..คุณโสไม่ได้บอกผมไว้นี่!!

ครับ..กะทันหันไปหน่อย เพราะมิสเตอร์เอริคเพิ่งมาถึงเมื่อคืนและเขาติดต่อมาว่าอยากพบกับคุณครับ

อืม..เข้าใจแล้ว ถ้างั้นผมจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้ ฝากต้อนรับเขาด้วยนะ อ้อ..แล้วก็ให้คุณวัฒน์เตรียมการประชุมให้พร้อมด้วย

ทราบแล้วครับ ปลายสายตอบกลับมาและวางสายไป

ร่างโปร่งวางโทรศัพท์แล้วเดินกลับมาที่เตียงใหญ่พลางนึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนที่นอน เขากลับหลับสบายอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่ตอนแรกคิดว่าไม่หลับแล้วแท้ๆ แถมรู้สึกเหมือนว่าถูกคนกอดอยู่ตลอดคืนเลยทำให้รู้สึกอุ่นมากแม้ว่าอากาศจะเย็นก็ตาม คิดแล้วก็ต้องก้มมองคนหลับนิ่งเพราะรู้แล้วว่าคนกอดน่ะเป็นใคร เลยโน้มตัวลงแอบจูบเบาๆที่หน้าผากของอีกฝ่ายด้วยความรัก

ผมรักคุณนะ..ดวงเมืองของผม

เขากระซิบแผ่ว มองคนที่รักด้วยความเป็นห่วงอยู่ซักพักจึงเลื่อนผ้าห่มมาคลุมให้

ไปก่อนนะครับ..อ้อ..ลืมไป

เจหยิบมือถือของตนขึ้นมากดฟังก์ชั่นที่ต้องการและ

แช๊ะ

เป็นเสียงถ่ายรูปโดยใช้มือถือของตัวเอง เขาแอบถ่ายรูปดวงเมืองตอนหลับเอาไว้ เลือกถ่ายอยู่หลายมุมจนพอใจและรีบกดเซฟเก็บอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบกริบ

เช้าวันเสาร์ที่สุดแสนจะธรรมดาแต่มันกลับไม่ธรรมดาในความรู้สึกของดวงเมืองเลย ชายหนุ่มตื่นขึ้นหลังจากที่เจออกไปได้ไม่นาน แม้จะตื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ลุกออกไปจากเตียง เขาเอามือกุมขมับตัวเองและบีบจนแน่น หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิด

เมื่อคืนนี้..

ชายหนุ่มพยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แล้วจู่ๆใบหน้าของใครคนหนึ่งที่กำลังส่งยิ้มให้ก็ลอยเข้ามาทันที

คุณเจ!!

พอจะเริ่มนึกออกบ้างแล้วว่าตนเองทำเรื่องบ้าๆอะไรลงไปบ้าง นี่เขาพาลเอาความโกรธไปลงกับคนอื่นถึงขนาดนี้เชียวหรือ!!

บ้าชะมัด!

ชายหนุ่มพึมพำก่นด่าตัวเองในใจ แล้วรีบลุกจากเตียง แต่ยังไม่ทันพ้นก็ล้มตัวลงไปนอนใหม่ เพราะอาการเมาค้างอย่างแรงจู่โจมศีรษะกะทันหัน

โอ๊ย!!..ปวดหัว!

เมื่อหลับตานิ่งอยู่ครู่ อาการจึงค่อยคลายไป และพอได้ล้มตัวลงนอนแล้วเลยไม่อยากจะลุกขึ้นอีก มือใหญ่จึงก่ายหน้าผากตัวเอง สีหน้าครุ่นคิด

สาวิตรี..ไม่ได้คิดถึงนานเท่าไหร่แล้วนะ

ดวงเมืองพลิกตัวไปมาพยายามไม่นึกถึง เพราะชื่อนี้ทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจและทำให้คลั่งได้ง่ายๆ จึงพยายามจะนอนให้หลับอีกครั้ง ใบหน้าคมซบลงกับหมอน ทว่ากลับสูดได้กลิ่นหอมจางๆ จากที่นอนและหมอนของตน ชายหนุ่มลืมตาขึ้นทันทีก่อนจะก้มลงสูดกลิ่นหอมที่จางจนเกือบไม่รู้สึกนั้นอีกครั้ง

หอมอะไรนะ..คุ้นจัง

เขาหันมาดมตัวเองก็รู้สึกว่ามีแต่กลิ่นเหล้า ไม่ได้มีกลิ่นหอมๆสักนิด หรือว่าจะเป็นกลิ่นแชมพู..แต่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ จะว่าไปเมื่อคืนเขารู้สึกอุ่นๆเหมือนได้กอดใครสักคนตลอดคืน ทำให้หลับได้สนิทชนิดที่ไม่เคยทำได้มาหลายปี

หรือว่าจะเป็นคุณเจ..ไม่หรอกน่า

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะ พยายามไล่ความคิดนั้นออกไป แล้วล้มตัวลงนอนตะแคงง่ายๆ กลิ่นหอมจางๆนั้นยังไม่หายไป น่าประหลาดที่เขารู้สึกชอบมันและไม่อยากให้มันจางหายไปเร็วนัก แม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของก็ตาม..

..สักพักความง่วงงุนก็เริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แล้วเขาก็เผลอหลับไปทั้งๆอย่างนั้น

หลังจากที่เจออกมาจากห้องของดวงเมืองแล้วก็ตรงดิ่งเข้าบริษัทของตนทันที..

ร่างโปร่งวิ่งเข้าห้องพักชั้นบนสุดของตนอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมื่อเหลือบมองเวลาก็ถอนหายใจโล่งอกที่ทันพอดี

เขาเดินเข้าห้องทำงานและนั่งประจำที่ สายตากวาดดูบนโต๊ะทำงานพบโน๊ตวางอยู่สองสามแผ่น ด้านข้างมีรายงานการประชุมสำหรับวันนี้วางอยู่ด้วย

เอาล่ะ..เริ่มทำงานดีกว่า

เจหยิบโน๊ตสองสามแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ข้อความในนั้นทำเอาคิ้วเรียวขมวดจนยุ่ง

ผมอยากพบพี่..เรามีเรื่องต้องคุยกัน

ทำไมพี่ไม่ยอมรับโทรศัพท์ผม แล้วทำไมต้องไปอยู่ที่คอนโดด้วย

พรุ่งนี้มีประชุม หวังว่าพี่คงไม่หนีประชุมเพื่อหลบผมอีกนะ

อ่านจบแล้วก็รีบขยำและโยนทิ้งอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากจะเห็นมันอีก

บ้ากันไปใหญ่แล้ว..

เขาส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจกับปัญหาครอบครัวของตัวเอง

ตอนนี้เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว พอมีเวลาอีกนิดหน่อยที่จะพักก่อนการเริ่มต้นทำงานของวัน ร่างโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นิ่ง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

จะโกรธเราหรือเปล่านะ..วันนี้ไปขอโทษดีกว่า

เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูรูปที่เซฟไว้ เป็นรูปใบหน้าอันคมเข้มของคนรักที่กำลังหลับสนิท มองแล้วก็อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ท่านประธานใหญ่ต้องนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องประชุม เนื่องเพราะการเดินทางมาแบบกะทันหันของมิสเตอร์เอริคที่เป็นหุ้นส่วนการค้าคนสำคัญของตลาดยุโรป

การประชุมเรื่องการลงทุนดำเนินมาตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น ทุกคนที่ร่วมประชุมจึงมีสีหน้าเหนื่อยอ่อนและเครียดเต็มที ไม้เว้นแม้แต่ท่านประธานหนุ่มที่แม้จะเครียดแค่ไหนแต่ยังสามารถเค้นรอยยิ้มบางขึ้นมาได้บ่อยครั้ง พลอยลดบรรยากาศตึงๆนั้นให้ผ่อนลงได้บ้าง

เอาล่ะ..นี่ก็เย็นมากแล้ว วันนี้เลิกประชุมแค่นี้ก่อน เดี๋ยวไปทานข้าวด้วยกันนะทุกคน เจพูดกับทุกคนที่ร่วมประชุม เขาหันไปหาหนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษที่นั่งอยู่ข้างๆ (ไปดินเนอร์กันนะเอริค..วันนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง)

เอริคยิ้มกว้างด้วยความยินดี (ดีเลยเจ..ผมหิวจะแย่ นึกว่าคุณจะประชุมมาราธอนถึงค่ำซะอีก)

(ก็ใครใช้ให้คุณบินมากะทันหันแบบนี้ล่ะ ตารางเวลาผมเลยป่วนไปหมด)

เอริคยิ้มร่าแล้วจึงลุกจากเก้าอี้ ส่วนเจก็หัวเราะแล้วลุกตามออกไป แต่ยังไม่ทันพ้นจากโต๊ะก็โดนมือของใครคนหนึ่งฉุดรั้งแขนของตนไว้ เจหันกลับมามองก็พบกับสายตาขุ่นเคืองของภูมิที่จ้องมองเอริคด้วยสายตาเย็นชา

(ผมมีธุระสำคัญจะคุยกับท่านประธาน คุณเอริคออกไปรอข้างนอกก่อนได้หรือเปล่าครับ)

ภูมิ!! เจเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงโกรธๆ

เอริคจ้องมองร่างโปร่งผู้เป็นเพื่อนสนิทเพื่อขอความเห็น เจพยักหน้ารับ เอริคจึงจำยอมต้องออกไปข้างนอกแม้จะมีทีท่าไม่เต็มใจนัก

หลังจากที่ชายหนุ่มต่างชาติเดินออกไปแล้ว ทั้งห้องประชุมใหญ่จึงมีแต่ความเงียบ บรรยากาศชวนอึดอัด ภูมิยังไม่ยอมปล่อยแขนของพี่เมียตัวเอง

ปล่อยฉัน!! เจสะบัดหนีจนหลุดออกมาจนได้

พี่..

มีอะไร..รีบพูดมา

น้ำเสียงห้วนที่ฟังดูไร้เยื่อใยของเจทำให้ภูมิที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะพูดจาตกลงดีๆต้องเปลี่ยนน้ำเสียงของตนเป็นแข็งกระด้างขึ้นมาบ้าง

ทำไมไม่กลับบ้านครับ

ฉันงานยุ่ง เลยค้างที่นี่แทน

ค้างทุกวันเลยงั้นเหรอ!..พี่รู้หรือเปล่าว่าผมนั่งรอพี่จนดึกทุกวัน!!

นายจะบ้าไปแล้วหรือไง..มานั่งรอฉันทำไมกัน!!

พี่ก็รู้ว่าผมทำไปทำไม

หยุดนะภูมิ..ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก

พี่ก็รู้อยู่แล้ว..แต่ก็ยังปฏิเสธผมอยู่ได้ ผมมีอะไรไม่ดีตรงไหนหรือไง

พูดจบ ภูมิก็ทำท่าจะเดินเข้าหาร่างโปร่ง เจจึงรีบถอยหลังไปสองก้าวทันทีเพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย

ไม่ใช่ว่านายไม่ดี..แต่ฉันไม่ได้รักนาย..และถึงแม้จะรัก..ฉันก็ไม่อาจจะตอบรับความรู้สึกนั้นกับนายได้หรอก เพราะฉันไม่สามารถจะทรยศน้องสาวของตัวเองได้

ถ้าพี่ห่วงเรื่องจอย ผมจะขอเลิกกับเธอก็ได้

นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยิน ไม่นะภูมิ!!..ถึงแม้นายจะเลิกกับยัยจอยก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันกลับมาตอบรับนายได้!!

แล้วต้องทำยังไงพี่ถึงจะยอมรับผม ชายหนุ่มอ้อนวอน

มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก..ขอโทษด้วยนะภูมิ ฉัน..

เจก้มหน้าลง เห็นทีเขาต้องพูดในสิ่งที่ชายหนุ่มไม่อยากได้ยินมากที่สุดแล้ว แต่มันก็เป็นทางเดียวที่จะยุติปัญหาบ้าๆนี่

ฉัน..ฉันมีคนที่รักอยู่แล้ว..และตั้งใจว่าจะไม่เหลือใจไว้รักใครอีก

พอได้ยินแบบนี้แล้ว ภูมิก็นิ่งอึ้งไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวทันที แล้วฉับพลันก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธสุดขีด

ใคร!..คนที่พี่รัก..เป็นใคร!!

เสียงของภูมิที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่กำลังขบกลั้นนั้นทำเอาเจตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่น่าพูดเรื่องนี้ออกไปเลย ..ไม่ได้เด็ดขาด..เขาไม่อาจลากคนที่เขารักหมดหัวใจคนนั้นมาพัวพันกับเรื่องยุ่งๆนี้เป็นอันขาด!!

ใจเย็นๆภูมิ..ฉัน..ฉันไม่ได้มีใครทั้งนั้น ขอโทษที่ต้องโกหกนายแบบนั้น..แต่เรื่องที่ฉันไม่อาจจะตอบรับนายได้เป็นเรื่องจริง ขอร้องล่ะ..ถ้ารักฉันจริงก็อย่ามายุ่งกับฉันอีกเลย..

ไม่นะพี่..ผมรักพี่..และผมไม่มีวันให้ใครมาแย่งพี่ไปจากผมได้ ชายหนุ่มพูดเสียงสั่น นัยน์ตาแฝงความเจ็บปวด

พูดไม่เข้าใจหรือภูมิ..ฉันไม่มีวันรักนายได้!! กลับใจไปดูแลครอบครัว ไปดูแลยัยจอย ดีกว่าที่จะมาตามตื้อฉันแบบนี้!! เอาล่ะ..เลิกพูดซะที กลับไปคิดให้มากๆ แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่วันหลัง

พูดจบ เจก็รีบเบี่ยงตัวหลบภูมิที่ยืนขวางประตูอยู่เพื่อจะหนีออกไปจากสภาพอันไม่พึงปรารถนานี้ แต่มือใหญ่ที่ขวางอยู่นั้นกลับกระชากแขนเรียวเข้ามาหา จนตัวเขาต้องเซถลาเข้าไปหาชายหนุ่ม!

ที่พี่ไม่รักผมเพราะไอ้ฝรั่งนั่นใช่มั๊ย!!

ปล่อยนะภูมิ!! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่มีใคร..เอริคก็แค่เพื่อนเท่านั้น!!

ผมไม่เชื่อ!!..

ปล่อยฉัน!!..อ..อย่า!!!

ภูมิโอบรั้งร่างเล็กกว่าที่กำลังดิ้นรนขัดขืนเข้าแนบตัว ริมฝีปากตนกดประทับลงบนริมฝีปากนุ่มที่แสนหอมหวานอย่างถือวิสาสะ มืออีกข้างจับศีรษะของอีกฝ่ายกันไม่ให้เบี่ยงหนี จากจูบที่ร้อนแรงค่อยๆเริ่มรุกเร้าหนักขึ้นจนลึกล้ำ ภูมิยกร่างที่อยู่ในอ้อมกอดจนตัวลอย แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงอาการขัดขืนอันไร้ผลของอีกฝ่ายก็ตาม

ส่วนเจตอนนี้กำลังรู้สึกสมองหมุนจนแทบไร้ความรู้สึก แม้มือทั้งสองข้างจะพยายามดิ้นรน ทั้งชกทั้งดัน ก็ไม่สามารถทำให้ร่างที่สูงใหญ่แข็งแรงที่กำลังล่วงเกินนี้ขยับถอยออกไปได้เลยซักนิด ความรู้สึกแรกที่ถูกจูบคือความโกรธและเกลียดชังสัมผัสที่จาบจ้วง แล้วความเหนื่อยอ่อน หายใจไม่ออกก็ปนเปเข้ามาจนรู้สึกว่าร่างกายตนไร้เรี่ยวแรงและความรู้สึกไปชั่วขณะ

ขอโทษครับคุณเจ..รถรออยู่ข้างล่างนานแล้ว

เสียงเรียกดังมาจากหลังประตู เป็นเสียงของภากรเลขาคนสนิทของเจ ภูมิจึงค่อยๆคลายอ้อมกอดและปลดปล่อยริมฝีปากอันแสนหวานละมุนนั้นเป็นอิสระด้วยความเสียดาย

ไอ้เลขางี่เง่านั่น!! เขาสบถด่าด้วยความไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดจังหวะ

และทันทีที่ร่างโปร่งเป็นอิสระ ฝ่ามือบางก็ตบไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรงจนหน้าหัน ภูมิหันกลับมามองพี่เมียของตนด้วยใบหน้ายิ้มๆ แม้ที่มุมปากจะมีหยาดเลือดซึมออกมาก็ตาม

ผมไม่พอใจแค่จูบนี้แน่!..ซักวันผมจะต้องทำให้พี่เป็นของผมให้ได้ คอยดู!!..

เจไม่สนใจจะฟังคำพูดบ้าๆของชายหนุ่มอีก เขาจ้องมองน้องเขยตนด้วยความโกรธจัดชนิดที่ไม่เคยโกรธใครมากขนาดนี้มาก่อน แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องทันที ทิ้งให้ร่างสูงเหม่อมองแผ่นหลังบางจนลับตา

ภากรยังยืนอยู่หน้าห้องประชุมใหญ่ เขาเอาหูแนบประตูเพื่อฟังความเคลื่อนไหวภายในห้อง อันที่จริงเขายืนอยู่ตรงนี้นานมากแล้ว และได้ยินเสียงทะเลาะกันดังลอดออกมานิดหน่อยเลยทำให้เริ่มรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายตัวเองขึ้นมา และเมื่อกี้ที่เขาตะโกนขัดจังหวะไปก็เพราะอยู่ดีๆเสียงที่ทะเลาะกันนั้นกลับเงียบหายไป

ซักพักประตูก็เปิดออกพร้อมๆกับร่างของเจ้านายที่ตอนนี้มีสภาพโทรมสุดๆ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและยับไปหมด ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง แถมหน้าตาบ่งบอกอารมณ์โกรธสุดขีด

คุณเจ!!

ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! ขอเวลาสิบนาทีแล้วจะรีบตามลงไป!

ร่างโปร่งผลุนผลันวิ่งเข้าห้องพักส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักท่านรองก็เดินออกมาบ้าง สภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ที่เห็นเด่นชัดคือบนใบหน้าด้านหนึ่งของฝ่ายตรงข้ามแดงเป็นรอยฝ่ามือ ที่มุมปากยังเห็นรอยแตกเลือดซิบๆ เลขาหนุ่มจึงเริ่มเข้าใจแล้วว่าภายในห้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง

รู้สึกว่าจะมาได้จังหวะเหลือเกินนะ ภากร ท่านรองหนุ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

นั่นสิครับ..ผมมักจะรู้เวลาเสมอ เชิญครับ..รถรออยู่ข้างล่างแล้ว ภากรตอบเสียงเรียบ ใบหน้าเข้มเฉยชา

เก่งให้ได้ตลอดเถอะ!! ถ้าพี่เป็นของฉันเมื่อไหร่ แกได้เด้งออกจากบริษัทแน่!!

แล้วผมจะรอวันนั้นครับ

เลขาหนุ่มตอบเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม ภูมิจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความขุ่นแค้นแล้วหันหลังเดินออกไปด้วยความโกรธ ภากรมองตามแล้วสั่นศีรษะด้วยความเอือมระอา

ดูท่าจะมีเรื่องยุ่งๆตามมาอีกเยอะ ได้แต่หวังว่าคุณเจคงจะมีวิธีแก้ปัญหายุ่งๆนี้ได้เพราะถ้าแก้ไม่ได้คงไม่รอดมือท่านรองแน่

เขาบ่นเบาๆกับตัวเองแล้วเดินลงจากตึกไปด้วยความเหนื่อยใจ

ดินเนอร์ยามค่ำคืนใต้แสงเทียนบนโต๊ะอาหารสุดหรูของโรมแรมชื่อดัง เป็นอะไรที่น่าประทับใจของลูกน้องทุกคนที่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่น้อยครั้งจะมีโอกาส แต่ตัวเจ้านายเองกลับนั่งหน้าเฉยออกจะหงุดหงิดงุ่นง่านนิดๆด้วยซ้ำ สาเหตุก็เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามนั้นมักจะจ้องมองเขาแทบไม่ยอมให้คลาดสายตา ไม่ว่าจะขอตัวไปไหนก็ตามติดตลอดจนรู้สึกรำคาญเต็มที

(เฮ้!..หมอนั่นจ้องคุณไม่วางตาเลยนะ มีอะไรกันหรือเปล่า?)

เอริคกระซิบถามเป็นภาษาฝรั่งเศสเพราะกลัวว่าคนที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นจะฟังออก และก็จริงอย่างว่าชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกำลังจ้องเขากับเจเขม็ง

(ก็นิดหน่อยน่ะ..แล้วคุณรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าล่ะ) เจตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน มือเรียวยกกาแฟขึ้นจิบแก้เซ็ง

(ไม่หรอกๆ แค่นี้สบายมาก แต่ผมเป็นห่วงคุณมากกว่านะ..ท่าทางเขาเอาเรื่องไม่ใช่เล่นเลย)

(อืม..ผมเองก็ไม่รู้จะจัดการกับเขายังไงเหมือนกัน) เจทำหน้าหนักใจ

(ทำไมไม่บอกน้องสาวของคุณล่ะ..เขาน่าจะรับรู้ได้แล้วนะ) เอริคเสนอ

(ผมก็คิดจะบอก แต่กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้น่ะสิ)

เอริคหัวเราะ (เป็นผม..ผมก็คงรับไม่ได้เหมือนกันแหละ แฟนตัวเองดันไปหลงรักพี่ตัวเอง แถมเป็นผู้ชายทั้งคู่อีก..เรื่องนี้น่ะโทษใครไม่ได้นะนอกจากความมีเสน่ห์ของคุณเอง)

(เลิกหัวเราะเยาะผมเลยนะ..ใครจะไปมีความสุขเหมือนคุณกับแซมล่ะ..เอ๊ะ..แล้วนี่แซมเขาทิ้งคุณไปแล้วหรือไง ถึงไม่ตามมาประกบน่ะ)

เอริคสะดุ้งขึ้นนิดๆ สักพักก็ทำหน้าเคลิ้มฝันเพราะได้นึกถึงคนรัก

(ใครว่าล่ะ..เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย เขาเลยลุกไม่ขึ้นต่างหาก 555)

(ซักวันเถอะ ผมจะยุให้แซมไปหาแฟนใหม่) เจแกล้งพูดเพราะเริ่มหมั่นไส้คนเป็นเพื่อนสนิท

(ไม่มีทาง..แซมเขาหลงผมจะตาย)

(ใครหลงใครกันแน่..)

แล้วสองหนุ่มต่างเชื้อชาติก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน เจจึงเริ่มอารมณ์ดีขึ้นบ้าง

(ว่าแต่คุณเถอะ เห็นมองนาฬิกาหลายทีแล้วนะ..ไง..นัดใครไว้ล่ะ)

เจเผลอยิ้ม (เปล่า..)

(ให้มันจริงเถอะ ดูก็รู้ว่ากำลังอินเลิฟอยู่ ใครเหรอ?..ผู้ชายหรือผู้หญิง?) เอริคทำท่าสนใจขึ้นมาทันที

(ทำไมถามงั้นล่ะ)

(คุณน่ะไม่เหมาะกับผู้หญิงหรอก แซมเขายังเห็นด้วยกับผมเลย)

เจวางแก้วกาแฟลง หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา เปิดหน้าจอที่มีรูปคนที่รักที่สุดขึ้นมาให้เพื่อนสนิทดู

พอจ้องคนในรูปแบบพิจารณา เอริคก็ต้องอุทานขึ้นเบาๆ (โอ้โห!! หล่อกว่าผมอีก เขาชื่ออะไรเหรอ?)

เจทำหน้าภูมิใจ (ดวง..เมือง)

(อื้มหืม..ถ่ายตอนหลับซะด้วย แบบนี้แสดงว่าเสร็จไปแล้วล่ะสิ ว่าแต่ใครเสร็จใครล่ะ)

(คุณเนี่ยพูดอะไรน่าเกลียดจัง)

(อ้าว..ยังหรอกเหรอ..)

(ก็ยังน่ะสิ..ตอนนี้กำลังตามตื้ออยู่เลย..แต่ดูจะสมหวังยากเพราะเขาไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่) พูดไปก็ทำหน้าเศร้าไปเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนในรูปที่ยามปกตินั้นแสนจะเย็นชา

เอริคทำตาโตแบบไม่เชื่อ (พระเจ้า!!..มีคนแบบนั้นอยู่ในโลกด้วยเหรอเนี่ย..ผมว่าเขาต้องผิดปกติแน่ที่ไม่ชอบคุณน่ะ ทำไมคุณไม่ยิ้มหวานๆให้เขาซักสองสามครั้งล่ะ แค่นั้นผมว่าเขาก็ใจละลายแล้ว)

(ยิ้มไปหลายครั้งแล้ว ไม่เห็นเขามีปฏิกิริยาเลย) เจบอก

(โห!!..ถ้าผมไปบอกเรื่องนี้กับแซมนะเขาต้องไม่เชื่อแน่ๆ)

(ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเอริค..แต่ยังไงผมก็จะพยายามนะ คนนี้น่ะตัวจริง..รักจริงหวังแต่งเลยล่ะ)

(คุณพูดจริงเหรอเนี่ย!!..หนุ่มไทยคนนี้โชคดีชะมัดเลยนะ..แหม..ทีตอนผมจีบคุณ ไม่เห็นคุณสนใจเลย)

(พูดแบบนี้ระวังผมจะไปฟ้องแซมนะ)

(โอ๊ย..อย่านะ เวลาเขาโกรธน่ะ พายุทอร์นาโดมาเองเลย!!) คิดแล้วเอริคก็ทำท่าสยอง

เจยิ้มขำ (ผมล่ะอิจฉาพวกคุณจริงๆเลย)

(เอาน่า..ผมว่าไม่นานเขาต้องหลงรักคุณแน่ๆ แล้วคืนนี้คุณต้องไปหาเขาหรือเปล่าล่ะ)

(ก็อยากไป..แต่คุณดูสิ..พอผมลุก ภูมิเขาก็ลุกตาม เลยไปไหนไม่ได้..อีกอย่างผมกลัวเขาจะไปเจอกับดวงเมืองเข้า)

(อ่ะฮ่า!!..ก็สนุกสิ..แบบนี้คงเกิดศึกชิงเจตราขึ้นแน่ๆ)

(ไม่ตลกเลยนะ..เฮ้อ!!..สงสัยวันนี้ผมคงไม่ได้ไปหาเขาแน่ๆเลย)

เจพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า สีหน้าหดหู่จนอดหยิบมือถือขึ้นมาดูรูปเพื่อลดความคิดถึงไม่ได้..ไม่รู้ว่าตอนนี้ที่คลับเป็นยังไงบ้าง ลูกค้าจะเยอะหรือเปล่า แล้วเจ้าของคลับจะคิดถึงเขาบ้างไหม.

ระหว่างที่เจกำลังคิดถึงดวงเมืองอยู่นั้น ชายหนุ่มเองก็กำลังคิดถึงร่างโปร่งอยู่เช่นกัน วันนี้เขาตรงดิ่งมาที่คลับตั้งแต่เย็น มายืนเฝ้าเคาท์เตอร์ไม่ยอมไปไหน แม้ว่าจะมีลูกค้าสำคัญมาขอพบก็ตาม

ร่างสูงชะเง้อคอมองไปที่หน้าประตูบ่อยๆเหมือนกำลังรอคอยใครบางคน พอไม่ใช่คนที่รอก็ทำท่าผิดหวัง บางครั้งก็เหม่อมองไปที่โต๊ะเล็กๆริมห้องซึ่งเป็นที่ประจำของคนๆนั้น คนที่มักจะนั่งจิบกาแฟคอยแอบมองเขาตลอดเวลา พอเขาไม่มาคุยด้วยก็ทำท่าผิดหวัง แต่วันนี้โต๊ะนั้นกลับว่างเปล่า

พวกพนักงานหลายคนที่พอจะรู้ว่าคนที่เจ้านายรอคือใครก็แอบไปคุยกันลับหลังและพากันหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกเพราะอาการหลุดๆของเจ้านาย

มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ.. ดวงเมืองคิดแล้วอดเป็นห่วงร่างโปร่งไม่ได้

เอก!! เอก!!

เอกรีบวิ่งมาตามเสียงเรียกทันที คล้ายกับรออยู่นานแล้ว มีอะไรครับคุณเมือง

วันนี้คุณเจมาที่คลับบ้างหรือยัง

เอกมองเจ้านายแล้วหันไปแอบขำ ยังไม่เห็นเลยครับ

งั้นเหรอ.. ดวงเมืองทำท่าผิดหวัง

ถ้าเป็นห่วงทำไมไม่โทรไปหาล่ะครับ บางทีคุณเจอาจจะไม่สบายก็ได้เพราะเมื่อวานโดนแก้วบาดที่มือแผลใหญ่เชียว

อะไรนะ!!..ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย..แล้วเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า!! ดวงเมืองรีบถามเสียงดังจนลูกค้าในคลับหันมามองกันเป็นตาเดียว

ก็ไม่เป็นไรมากหรอกครับ..แต่เลือดไหลค่อนข้างเยอะ คุณเจงี้หน้าซีดไปเลยครับ

เอกทำหน้าหวาดเสียวประกอบ ขอโทษครับเจ้านาย ก็ผมเชียร์คุณเจนี่นาเขาแอบคิดแล้วก็ได้ผลมากด้วยเพราะพอฟังที่เขาบอกแล้วเจ้านายหนุ่มก็ออกอาการกระสับกระส่ายขึ้นมาจริงๆ

หรือว่าคุณเมืองไม่มีเบอร์คุณเจครับ เอกแสร้งถาม

คนเป็นเจ้านายเพียงพยักหน้ารับแล้วก็นิ่งไป คิ้วเข้มพาดสูงขึ้น นัยน์ตาทอประกายประหลาดๆชนิดที่คนที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างเอกไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ้างั้นลองถามเบอร์จากคุณดลดูสิครับ เพราะคุณดลสนิทกับคุณเจมาก

ดวงเมืองยังฟังไม่ทันจบประโยคก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาทันที แววตาดูแช่มชื่นมีความหวังขึ้นผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ บริกรหนุ่มลอบอมยิ้มด้วยความสมใจ

"ฮัลโหล..คุณดลเหรอ นี่ผมเมืองนะครับ

ครับ..คือ..คุณดลมีเบอร์ของคุณเจหรือเปล่าครับ

เหรอครับ..ครับ.xx-.xxx-xxxx ขอบคุณนะครับ

ริมฝีปากบางเฉียบที่เคยนิ่งไม่เคยแย้มยิ้ม มาตอนนี้กลับเผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา ดวงเมืองแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองออกอาการน็อตหลุดขนาดไหน เวลานี้ชายหนุ่มเพียงสนใจเบอร์โทรศัพท์ในมือเท่านั้น

นิ้วเรียวยาวกดปุ่มโทรศัพท์ช้าๆ เสร็จแล้วก็ยกแนบหู ใจจดใจจ่อรอคอยสัญญาณเรียก

อีกด้านหนึ่งของมุมเมือง เจเองก็กำลังจ้องมองรูปของดวงเมืองในมือถือ ไม่สนใจอะไรจนแทบจะลืมไปว่าตอนนี้นั่งอยู่กับใคร

ฟากหนึ่งของโต๊ะมีสายตาของภูมิที่กำลังมองอากัปกิริยาของพี่เมียตนด้วยความแปลกใจ ชายหนุ่มเก็บความสงสัยไว้ในใจเงียบๆ ได้แต่คิดว่าไอ้มือถือนั่นมันมีอะไรน่าดูนัก ถึงได้เรียกความสนใจจากเจ้าของได้ขนาดนี้

พอดีกับเสียงโทรศัพท์ในมือของเจดังขึ้น ร่างโปร่งสะดุ้งขึ้นนิดๆ ส่วนเอริคที่นั่งอยู่ข้างๆก็แอบเหลือบมาดูหน้าจอที่ตอนนี้สว่างวาบและโชว์ใบหน้าของผู้โทร พอรู้ว่าเป็นใคร เขาก็หันไปหัวเราะล้อเลียนคนเป็นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้นั่งอึ้งกิมกี่ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว

(ไหนบอกว่าเขาไม่สนใจแต่ไหงโทรตามล่ะ)

เจสั่นศีรษะปฏิเสธด้วยหน้าตาตื่นๆ (ผ..ผมไม่เคยให้เบอร์เขาไว้เลย!! ทะ..ทำไงดีล่ะเอริค!!)

เอริคเห็นอาการของเพื่อนแล้วทนไม่ไหว ต้องหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนคนทั้งโต๊ะหันมามองด้วยความสงสัย

(โอ๊ย!!..ขอโทษนะ..ฮ่ะๆๆ คุณ..คุณก็รับสิ)

เจรีบลุกออกจากโต๊ะด้วยใจที่เต้นระทึก เขามองไม่ผิดใช่ไหมที่ดวงเมืองโทรมาหาเขา นี่มือถือมันไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม เอ..หรือว่าเขาฝันไป

ภูมิที่นั่งจ้องอีกฝ่ายอยู่นานก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงทำท่าจะลุกตามร่างโปร่งไป

(เดี๋ยวคุณ!..ผมมีอะไรจะพูดด้วยหน่อย) เอริครั้งภูมิไว้ได้ทัน และพูดห้ามเป็นภาษาอังกฤษ

(ผมมีธุระ เดี๋ยวค่อยกลับมาคุยด้วยแล้วกันครับ) ภูมิรีบพูดตอบกลับไป สายตายังมองตามหลังร่างโปร่งไม่ยอมคลาดคลา

(แต่เรื่องที่ผมจะพูดคือเรื่องของเจนะ คุณน่าจะนั่งลงก่อน) เอริคปล่อยอีกฝ่ายแล้วเอนพนักเก้าอี้จิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์

ภูมิอึ้งไป และเมื่อเห็นเจเดินหายลับไปแล้ว จึงถอนหายใจอกมาอย่างขุ่นเคือง ก่อนตัดสินใจนั่งลงที่เดิม

(คุณมีเรื่องอะไร!)

(ผมรู้ว่าคุณคิดยังไงกับเจ แต่ผมจะบอกให้ว่ามันไม่มีทางสมหวังหรอก)

ภูมิมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าวและเย็นชา (มันไม่เกี่ยวกับคุณนี่ ผมรู้ว่าคุณเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น)

(ก็ใช่..แต่คุณคงไม่รู้ว่าผมเคยจีบเขามาก่อน นานมากแล้วตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษ ตอนนั้นผมพยายามแทบตายแต่เจก็ใจแข็งชะมัด ผมเลยต้องใช้วิธีที่ค่อนข้าง..เอ่อ..คุณคงรู้..แต่ก็เท่านั้นแหละ มันไร้ผลโดยสิ้นเชิง)

(คุณ..ทำ..อะไร..เขา!!) แค่นึกตามภูมิก็เกือบทนไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าคนๆนี้เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ เขาคงตรงเข้าไปชกหน้าหล่อๆนั่นแล้ว

(ไม่ต้องโกรธผมขนาดนั้นหรอก ตอนนั้นแค่ลองน่ะ ยังทำไม่สำเร็จ แต่การกระทำนั้นทำให้เจโกรธมาก ความเป็นเพื่อนของเราเลยขาดสะบั้นลง และผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น) เอริคยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบผิดกับฝ่ายตรงข้าม

(ผมขอโทษเขาด้วยความจริงใจมากขึ้น เขายอมอภัยให้ เราจึงได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม..และจากตอนนั้นถึงตอนนี้เรายังคงเป็นแค่เพื่อนกัน ใช่..ผมเป็นได้เพียงเพื่อนที่ดีของเขาเท่านั้น คุณเองก็เหมือนกัน)

(ผมไม่เข้าใจความหมายของคุณ!!)

(ไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน คุณ..ก็เป็นได้แค่น้องเขยที่ดีของเจเท่านั้น)

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง คำพูดสุดท้ายของเอริคไม่มีวี่แววของคนที่อารมณ์ดีหลงเหลืออยู่เลย มันเป็นแววตาและท่าทางที่จริงจังมาก ซึ่งทำให้ภูมิต้องสะกัดกั้นความโกรธของตนลง

(ทำไมถึงมาพูดเรื่องนี้กับผม เขาขอร้องคุณหรือไง)

(เปล่า..เจไม่ได้พูดอะไร..แต่แค่มองดูคุณผมก็รู้แล้ว..ก็เพราะเมื่อก่อนผมอาการหนักยิ่งกว่าคุณอีก)

(ผมไม่พอใจที่เป็นได้แค่น้องเขยที่ดี!!)

(เรื่องนั้นผมไม่สนใจ ผมสนใจแค่เจเท่านั้น ขอเตือนคุณว่าถ้าคุณคิดจะทำอะไรสกปรกๆเหมือนที่ผมเคยทำล่ะก็ ผมฆ่าคุณแน่!!)

เอริคพูดเสียงเยียบเย็นจริงจัง ฟังดูก็รู้ว่าไม่ล้อเล่นแต่เอาจริง

ภูมิไม่ได้พูดโต้ตอบอีกฝ่าย เพียงส่งสายตาดุดันและโกรธแค้นอาฆาตให้ เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ล้ม บรรดาคนที่นั่งร่วมโต๊ะที่พอจะได้ยินคำสนทนาของทั้งสองก็พากันหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตากับท่านรอง บางคนก็แอบลี้ภัยไปนั่งโต๊ะพนักงานอีกโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆกัน สุดท้ายเหลือเพียงเลขาคนสนิททั้งสามที่ยังนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน

พอร่างสูงของท่านรองจากไปแล้ว เอริคจึงหันมาหัวเราะเบาๆแบบคนอารมณ์ดีเหมือนเดิม

(รองประธานของพวกคุณนี่ร้ายนะ)

(ครับ..พวกผมก็คอยระวังอยู่) ภากรตอบด้วยท่าทีอันสงบตามบุคลิก

(อืม..ฝากดูด้วยแล้วกัน ถ้ามีอะไรก็โทรบอกฉันได้เลย)

เลขาทั้งสามพยักหน้ารับ เอริคจึงค่อยวางใจ และเริ่มเปลี่ยนเรื่องไปพูดคุยถึงเรื่องธุรกิจที่กำลังจะเริ่มทำสัญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแทน

หลังจากที่เจเดินพ้นออกมาจากห้องอาหารแล้ว ก็รีบวิ่งไปหามุมนั่งพักผ่อนเงียบๆภายในล๊อบบี้ของโรงแรม สายตายังไม่ละไปจากหน้าจอ

ไม่ได้ฝัน ไม่ได้ฝัน!!

มือเรียวกำโทรศัพท์ไว้จนแน่นแล้วรีบสูดลมหายใจลึกๆพยายามไม่ตื่นเต้น แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวแบบห้ามไม่อยู่แล้วก็ตาม และทันทีที่นิ้วกำลังจะกดรับสาย สัญญาเสียงก็พลันเงียบลงไปทันที!!

อ๊าาตัดไปแล้ว!!

โธ่..เขามัวแต่ระงับใจ ลังเลอยู่ได้ ดวงเมืองเลยวางสายไปแล้ว คิดแล้วก็อยากร้องไห้ออกมาดังๆ เจทิ้งตัวลงเอนไปบนโซฟาแบบหมดแรง มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็หมดแรงขึ้นมาเฉยๆจนโทรศัพท์เจ้ากรรมหล่นลงบนพื้น

ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด

เฮ้ย!!

แล้วเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาเจสะดุ้งพร้อมกับกระเด้งตัวจากโซฟาทันที มือรีบควานหาโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ แล้วคว้ามันขึ้นมาด้วยใจที่เต้นระส่ำอีกครั้ง แม้ยังไม่ทันมองหน้าจอว่าใครโทรมา ก็รีบกดปุ่มรับสายอย่างรวดเร็ว (กลัวพลาดอ่ะ)

ฮะ..ฮัลโหล

ฮัลโหล เสียงปลายสายทุ้มเย็นเป็นเอกลักษณ์

ม..เมือง เหรอ?

ปลายเสียงนิ่งเงียบไปจนเจใจไม่ดี

ครับ ผมเอง

พอได้ยินเสียงตอบรับ รอยยิ้มหวานก็ปรากฏขึ้นแม้เจ้าตัวจะไม่รู้ตัวก็ตาม คุณรู้เบอร์ผมได้ยังไงเนี่ย

ผมขอมาจากคุณดลน่ะเอ่อ แล้วปลายสายก็เงียบไปอีกครั้ง

มีอะไรครับ..หรือว่าคุณมีปัญหาอะไร มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?!!

ป..เปล่าครับ ไม่มีอะไร ผมเพียงแค่ .. ทำไมวันนี้ไม่เข้ามาที่คลับล่ะครับ

เจอมยิ้ม ทำไมครับ รออยู่เหรอ

ก็..ทุกวันคุณจะมา

วันนี้ผมติดธุระกะทันหัน ขอโทษนะครับที่ทำให้รอ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นแบบไร้เหตุผล

ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ

ขอโทษ?..เรื่องอะไรครับ

ก็เมื่อวานนี้..เอ่อ..เมื่อคืน..ที่ผม..เอ่อ..ชกคุณ..แล้ว..แล้วก็

เจพอจะนึกถึงสีหน้ากระอักกระอ่วนของอีกฝ่ายที่พยายามพูดกับเขาได้ ทำให้เสียงหัวเราะขำหลุดออกมาเบาๆ รู้สึกว่าปลายสายเงียบไปทั้งๆที่ยังพูดไม่จบประโยค

คุณหมัดหนักนะ..ดีที่ไม่ได้ตั้งใจชกผม ไม่งั้นผมคงลุกไม่ขึ้นแน่ๆ

ขอโทษครับ

ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ผมยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณมากไปเองต่างหาก

ไม่ครับ..เป็นความผิดของผม..เมื่อวานผมอารมณ์ไม่ดีเลยพาลใส่คุณ..คุณไม่เป็นอะไรนะ

ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ผมสบายมาก

เอกบอกว่าคุณโดนแก้วบาด

แผลเล็กนิดเดียว ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก อย่าห่วงเลยครับ

เหรอครับ..ดีแล้วที่คุณไม่เป็นอะไรมาก น้ำเสียงท่าทางโล่งอก ..ขอบคุณนะครับที่ช่วยงานเมื่อวาน แล้วก็..ขอบคุณ..ที่ช่วยอยู่ดูแลผมเมื่อคืนด้วย

เจรู้สึกว่าคำพูดตอนท้ายของชายหนุ่มแผ่วเบาลง

ผมไม่รู้ว่าคุณมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเห็นว่าเพื่อนคนนี้พอจะมีประโยชน์..อย่างน้อยก็แค่รับฟังปัญหาของคุณ ผมก็พร้อมจะไปหาคุณทันทีที่คุณต้องการ แต่ขอร้องว่าอย่าไปกินเหล้าเพื่อหนีปัญหาเลยนะ

ปลายเสียงเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นขึ้น

ครับ..ขอบคุณคุณเจมาก

เรียก เจ สิครับ

ครับ..ขอบคุณเจมาก..แล้วอีกอย่าง..เอ่อ..คือ ปลายสายพูดอ้ำอึ้งแล้วก็นิ่งเงียบไปนาน

ครับ..มีอะไรอีก ผมรอฟังอยู่นะ

ถ้า..ถ้าผมอยากจะชวนคุณ..คือ..วันไหนถ้าคุณมา..คือ..

อะไรครับเมือง..ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย

คือ..ผมอยากจะบอกคุณว่าถ้าวันไหนคุณมาที่คลับดึกและไม่อยากกลับบ้าน จะมานอนค้างที่ห้องพักของผมเมื่อไหร่ก็ได้นะครับ ดวงเมืองพูดโพล่งออกมาอย่างรวดเร็วจนเจเกือบฟังไม่ทัน

อะ..อะไรนะครับ!!

เอ่อ..ถ้าคุณฟังไม่ทันก็ไม่เป็นไร..งั้นแค่นี้นะครับ

เดี๋ยว..เดี๋ยวครับ ผมฟังทัน เจหัวเราะเสียงดังพร้อมกับใบหน้าที่กลายเป็นสีแดงเข้มกว่าเดิม แสดงว่าเมื่อคืนคุณรู้ว่าผมไปนอนค้างด้วยใช่ไหม

ปลายสายส่งเสียงรับคำเบาๆกลับมา

ไม่โกรธเหรอครับที่ถือวิสาสะไปนอนเตียงคุณน่ะ

ผมจะโกรธคุณได้ยังไง คุณช่วยผมจนเจ็บตัวแบบนั้น

เรื่องเล็กน้อยเอง แต่ผมดีใจมากเลยที่คุณชวน ผมต้องหาโอกาสไปค้างด้วยแน่ๆ หวังว่าเจ้าของจะยังยินดีต้อนรับนะ

แน่นอนครับ

หลังจากคำตอบอันแสนสั้นนั้นแล้ว การสนทนาก็หยุดลงไปชั่วครู่ ถ้างั้น

แต่แล้วทั้งสองกลับพูดขึ้นพร้อมกันในคำพูดเดียวกัน แล้วเจก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากปลายสาย (ทั้งๆที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน) ตัวเองจึงอดยิ้มออกมาด้วยไม่ได้

คุณพูดก่อนสิ เจบอก

ผมให้คุณพูดก่อน ดวงเมืองตอบกลับมาบ้าง

ผมอยากฟังของคุณก่อนนี่

ดวงเมืองนิ่งเงียบไปก่อนตอบกลับมาเบาๆ ผมอยากบอกว่าราตรีสวัสดิ์ครับ แล้ว..ผมจะรอคุณมาที่คลับ พรุ่งนี้

(ราตรีสวัสดิ์เช่นกันที่รักของผม ขอให้คุณนอนหลับฝันดี ผม..รัก..คุณ)

เจตอบกลับมาเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วแล้วรีบกดตัดสายไปทันที ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะได้ยินหรือจะแปลคำพูดสุดท้ายออกหรือไม่ก็ตาม

แก้มที่แดงเข้มอยู่แล้วคราวนี้จึงแดงลามไปจนถึงใบหู และรู้สึกใบหน้าตัวเองร้อนผ่าวด้วยความเขินแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ใจยังคงเต้นระรัวพร้อมกับความหวานซึ้งที่ยังตราตรึงอยู่ในอารมณ์ไม่เสื่อมคลาย

แต่ทว่า..กลับมีอีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียง..ที่ทำให้เขาต้องสะดุ้งและรู้สึกเย็นวาบไปด้วยความตกใจเมื่อได้หันมามอง

นี่ใช่มั๊ย..คนที่พี่รัก!

TBC ลุ้นกันหรือเปล่าเอ่ย ตอนนี้ก็น่าร้ากกกอีกแล้ว หวานซ้า



Cha (ชา)
View full profile