ตอนที่ 10 เอ่ยคำว่า..รัก
เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ กะพริบขึ้นลงขับไล่ความง่วงงุนอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะผุดลุกขึ้นจากที่นอน
เช้าแล้วเหรอเนี่ย..ยังง่วงอยู่เลย
คนเพิ่งตื่นนอนบ่นงึมงำเมื่อมองเห็นเวลาจากเข็มนาฬิกาลางๆ..
นี่คงเพราะตื่นเช้าเป็นนิสัย พอได้เวลาปุ๊บเขาก็เลยตื่นปั๊บแม้จะยังเป็นเวลาเช้ามืดอยู่ก็ตาม แต่ช่วงนี้เป็นหน้าร้อนทำให้สว่างเร็วกว่าปกติ แสงยามเช้าตรู่ของวันใหม่จึงเริ่มสาดส่องและลอดเข้ามาบ้าง แต่ก็เป็นแสงสีทองนวลที่ดูนุ่มละมุนอบอุ่นดี พลอยทำให้รู้สึกว่าวันนี้ก็คงจะเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง..
ร่างโปร่งค่อยๆลุกออกจากเตียงอย่างสะลึมสะลือเพราะยังไม่ตื่นดีนัก ในใจกะว่าจะไปล้างหน้าล้างตาแล้วจะรีบกลับบ้านเพื่อไปทำธุระสำหรับวันนี้ให้เรียบร้อยตามที่คิดเอาไว้
พอดีสายตาไปกระทบเข้ากับเงาดำใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟา ทำเอาสะดุ้งตกใจจนต้องเผลออุทานออกมา แต่พอมองดีๆแล้วจึงรู้ว่าเงาดำๆนั้นก็คือเจ้าของห้องนั่นเอง เลยรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น เพราะกลัวว่าจะทำเสียงดังและทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา
มานอนอะไรตรงนี้เนี่ย..หนาวแย่เลย
เจพึมพำด่าตัวเองที่ทำให้ดวงเมืองต้องสละที่นอนอันแสนอบอุ่นให้เขา แหม..จริงๆแล้วมานอนด้วยกันก็ได้แท้ๆ เขายินดีและเต็มใจอย่างที่สุดอยู่แล้ว
พอคิดแบบนี้ก็พลันรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เลยต้องรีบสลัดความคิดนั้นออกไปแล้วคว้าผ้าห่มบนเตียงมาห่มให้กับคนตัวโตที่นอนขดอยู่นั้นอย่างเบามือที่สุด หลังจากนั้นก็คุกเข่าลงข้างๆ นั่งเท้าคางมองหน้าคนหลับอยู่อย่างนั้น มองไปมองมาก็หันไปแอบหัวเราะเพราะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนได้ฝันแปลกๆเกี่ยวกับอีกฝ่าย
..นี่สงสัยเขาคงฟุ้งซ่านมากเกินไปเลยฝันว่าคนตรงหน้ายอมรับรักแล้ว.
แม้จะเป็นแค่ฝันแต่ผมก็มีความสุขมาก ขอบคุณนะครับ
เสียงหวานกระซิบแผ่ว นิ้วเรียวเข้าเสยเรือนผมยุ่งของคนหลับให้เข้าที่ก่อนจะโน้มตัวลงจูบเบาๆที่หน้าผากกว้างนั้นด้วยความรักเต็มเปี่ยม แล้วเจจึงละไปทำธุระส่วนตัว
จนกระทั่ง ได้ยินเสียงนาฬิกาข้อมือดังเตือนตอนหกโมงเช้า เขาก็เตรียมพร้อมที่จะออกจากห้องแล้ว เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาดูความเรียบร้อย พบว่าร่างสูงยังคงนอนหลับนิ่งอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิม จึงย่องเข้าไปใกล้ เพื่อจ้องดูชายหนุ่มอีกครั้ง
มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยจริงๆ อยู่แบบนี้แล้วดูเหมือนคนเป็นสามีมองดูภรรยาก่อนออกไปทำงานเลยแฮะ
เอาเข้าไป ความผิดแผลงๆอีกแล้ว
เจแอบขำแล้วจึงขยับผ้าห่มของอีกฝ่ายให้มิดชิดขึ้น และก่อนจะออกจากห้องไปยังเขียนโน้ตเล็กๆทิ้งไว้ด้วย เป็นโน้ตอวยพรที่เขาใช้เวลาเขียนนานที่สุดในชีวิตเท่าที่จำได้เลย เพราะว่าทุกคำ ทุกประโยคต้องรวบรวมความกล้าลงไปตั้งมากมาย
และเมื่อเขียนจบก็ต้องอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ อ่านไปก็ถอนหายใจไปอย่างเป็นกังวลเต็มที่
หวังว่าคงไม่โดนขยำทิ้งหรอกนะ
เจตัดใจ แล้วประทับจูบของตนลงไปที่กระดาษแผ่นบางนั้นเบาๆ ก่อนจะวางมันไว้ที่ข้างหมอนอย่างทะนุถนอม แล้วจึงออกจากห้องไปทันที
และเมื่อเสียงประตูห้องปิดลงแล้ว นัยน์ตาคมของเจ้าของห้องก็ลืมขึ้นมาอย่างฉับพลัน คนที่ (แกล้ง) หลับกลับกระเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาอย่างรวดเร็ว สายตาจ้องมองไปยังบานประตูสลับกับผ้าห่มในมืออย่างใจลอย จนเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็รีบลุกขึ้นไปยังเตียงของตัวเองแล้วหยิบโน้ตแผ่นเล็กๆที่วางอยู่บนหมอนขึ้นมาอ่านทันที
โน้ตนั้นเป็นทั้งคำอวยพรทั้งคำสารภาพของคนเขียน ..น่าแปลกที่คนอ่านอย่างเขากลับอ่านมันได้อย่างใจเย็น แม้ว่าหัวใจจะเต้นถี่เร็วกว่าปกติก็ตามที
Happy Birthday to the One I Love
I'd like to give you so many things for your birthday.
But the thing I would most like for you to have is something
that I'll never give to anyone else but you.
A love... that lasts and lasts.
A love shared... that every day grows more lovely,
more meaningful, and more important.
And a life so good and so happy,
all for you.....with love from me.
See you, this evening
FromJ
นัยน์ตาคมไล่อ่านทีละคำ ทีละประโยค ดั่งจะพยายามทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งถึงความหมายและความรู้สึกที่ส่งผ่านตัวอักษรที่แสนสวยงามเหล่านี้ และเมื่ออ่านจนจบ เขาก็ต้องส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้จริงๆ
Thanks for your love.J
วันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้ช่วงเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าของคฤหาสน์อนันตราชเงียบสงัดกว่าทุกวัน แต่เป็นแบบนี้ก็ดี เพราะเจก็ตั้งใจว่าจะกลับมาแบบเงียบๆอยู่แล้ว
รถเบนซ์สีดำคันงามได้จอดนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ มีคนสวนเก่าแก่มาเปิดประตูให้อย่างรีบร้อน เขาจึงเลี้ยวรถเข้าไปช้าๆ ก่อนจะเปิดกระจกรถทักทายผู้สูงวัยกว่าอย่างเป็นกันเอง
ไงลุงคำ..ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน
เจ้าของชื่อยิ้มกว้างให้กับผู้เป็นนาย ก็คุณหนูไม่ยอมกลับบ้านนี่ครับ นี่ถ้าคุณหญิงท่านยังอยู่ล่ะก็
คนเป็นเจ้าของบ้านหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ถึงคุณแม่จะจากไปแล้ว แต่คุณป้าก็ยังอยู่นะ
เฮอะ!..ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรจะมาเทียบกับคุณหญิงท่านได้หรอกนะครับ
ลุงคำพูดแบบนั้นแล้วก็ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแบบไม่ค่อยพอใจนัก แต่เพียงครู่เดียวก็กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสดังเดิม เหตุผลนั่นก็เพราะวันนี้คุณหนูใหญ่ของตนกลับบ้านแล้วหลังจากย้ายไปอยู่คอนโดส่วนตัวซะหลายวัน
แล้วนี่ไปถึงไหนมาครับคุณหนู ได้นอนบ้างหรือยัง
นอนมาแล้วล่ะ พอดีผมจะกลับมาเอาของหน่อยแล้วก็จะมารอคุยกับยัยจอยด้วย เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ คงยังไม่มีใครตื่นใช่ไหม
ครับ เมื่อวานคุณภูมิกับคุณจอยไปงานเลี้ยง กลับมาก็ดึกดื่นเต็มที คิดว่าวันนี้คงตื่นสายแน่ แล้วคุณหนูจะให้ไปเชิญมาพบก่อนหรือเปล่าครับ
ไม่ต้องครับไม่ต้อง.. เจรีบบอกปัดอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวผมขอไปทำงานซักพักก่อน เอาไว้ถ้าพวกเขาตื่นแล้วก็ให้ใครไปตามมาพบผมที่ห้องทำงานก็แล้วกัน
ลุงคำทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพียงรับคำสั้นๆ
เจยิ้มให้ชายแก่อีกครั้งแล้วจึงขับรถเข้าไปในบ้านของตนด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทว่าก็ยังไม่พ้นสายตาของใครคนหนึ่ง....คน..ที่กำลังจ้องมองรถเบนซ์หรูที่เลี้ยวเข้ามาด้วยสายตาที่แฝงความมุ่งหมายอะไรบางอย่างเอาไว้ผ่านทางหน้าต่างบนคฤหาสน์นั้น
ร่างโปร่งเดินตัวปลิวตรงไปยังห้องของตนทันทีที่เข้ามาในบ้าน และด้วยความชะล่าใจที่ไม่คิดว่าจะมีใครคนอื่นนอกจากตัวเองอยู่ ทำให้เผลอยืนไขกุญแจอย่างใจเย็นอยู่ที่หน้าประตู
ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็ถูกใครคนหนึ่งที่ยืนรอจังหวะอยู่ในเงามืดเข้ากระชากแขนแล้วลากเข้าไปในห้องทันที!!
เจไม่ทันแม้แต่จะส่งเสียงร้อง นั่นเพราะริมฝีปากของตนถูกประกบจูบอย่างรุนแรงแล้ว!! และเขาก็รู้แล้วว่าคนที่เข้ามาจู่โจมล่วงเกินตัวเองอยู่นี้คือใคร!!ภูมิ!!!!
แขนอันแข็งแกร่งของภูมิเข้าโอบกอดผู้เป็นพี่เมียของตนแนบแน่น ตลอดเวลาที่โอบรั้ง ใบหน้าคมไม่คลาดคลาจากใบหน้าสวยเลย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่าแรงขัดขืนเริ่มอ่อนลงแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยผ่อนแรงลงตาม แต่ทว่าความหอมหวานจากรสสัมผัสที่ใฝ่ฝันมานานนี้ก็ช่างยั่วเย้าจนห้ามใจไม่ได้ ภูมิจึงได้แต่ละเลียดความหอมละมุนของคนในอ้อมกอดด้วยความสุขจนพอใจ
ในห้วงเวลาแห่งความทรมานนี้ ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ..
คนที่ถูกล่วงเกินอยู่คล้ายถูกอีกฝ่ายแย่งชิงลมหายใจไป เริ่มสำลักไปกับความรุนแรงที่ได้รับ พร้อมกับร่างกายที่ชาและกำลังหมดความรู้สึกไปทีละนิด! มือที่ผลักไสอ่อนกำลังลงไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน! ในสมองขาวโพลนมึนงงไปหมด! สิ่งสุดท้ายที่นึกถึงอย่างเลือนลางคือใบหน้าของคนที่รักสุดหัวใจ..
เมือ..ง.ช่ว..ยด้วย..ย!!!
คำเรียกสุดท้ายหยุดลงพร้อมกับร่างที่ค่อยๆทรุด แล้วเจก็หมดสติไปในอ้อมแขนของอีกฝ่ายทันที!!
ภูมิรีบโอบรั้งร่างโปร่งขึ้นมาแล้วช้อนอุ้มขึ้นแนบอก พาร่างอันอ่อนระทวยของเจเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ในสุด แล้ววางลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอมที่สุด
ถ้าพี่คิดว่าหนีผมพ้นก็ลองดู
ชายหนุ่มก้มลงจูบที่แก้มขาวของคนที่สิ้นสติอยู่อย่างแผ่วเบาแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้มอย่างหลงใหล มือใหญ่เข้ากระชากเสื้อเชิ้ตตัวหลวมอย่างแรงจนกระดุมขาดกระเด็นและถอดมันออกจากเจ้าของร่างอย่างรวดเร็วก่อนจะเหวี่ยงทิ้งไปอย่างสุดแรง แล้วผิวขาวละเอียดใต้ร่มผ้าตั้งแต่ลำคอเรียวระหงและช่วงไหล่ที่ค่อนข้างบางก็ปรากฏแก่สายตา
ภูมิจ้องมองเรือนร่างของคนตรงหน้าด้วยความกระหายเต็มทน รู้สึกถึงร่างกายที่ร้อนผ่าวและอารมณ์ส่วนลึกของตนที่กำลังพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนแทบควบคุมไม่ได้!!
พี่เป็นของผม
เขาโน้มตัวประทับริมฝีปากของตนลงที่ริมฝีปากนุ่ม กดประทับแนบสนิทและหนักหน่วงขึ้นตามห้วงแห่งอารมณ์ แล้วพยายามสอดแทรกปลายลิ้นของตนเข้าไปสัมผัสความหวานล้ำจากรสจุมพิต ครั้งแล้วครั้งเล่า
เจส่งเสียงครางเครือด้วยความทรมานจากการถูกกดทับและลมหายใจที่ติดขัดจากการขาดอากาศ สติจึงเริ่มกลับคืนมาทีละน้อยและรับรู้จากสัมผัสอันจาบจ้วงของผู้ที่เป็นน้องเขย ว่าตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายล่วงเกินอยู่ และเขาคิดว่ามันคงจะเกินเลยจนสายเกินแก้ ถ้ายังไม่พยายามหาทางหนีตอนนี้!
แต่ในขณะที่เหตุการณ์กำลังเป็นไปเช่นนั้น! เสียงเรียกเข้าอันคุ้นเคยของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะของทั้งสอง!
ภูมิสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะละจากร่างโปร่ง ชายหนุ่มสอดส่ายสายตามองหาที่มาของต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะส่งเสียงสบถเบาๆเมื่อรู้ว่าดังมาจากที่ไหน
ใครวะ..โทรมาแต่เช้า!
เขาเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นที่ตนเหวี่ยงทิ้งเอาไว้ขึ้นมา แล้วหยิบมืดถือเจ้าปัญหานั้นขึ้นมอง..ภาพที่ปรากฏบนหน้าจออันสว่างวาบนั้นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างขึ้น ความรู้สึกโกรธ..ผิดหวัง..เสียใจ ประดังประเดเข้ามาในหัวใจพร้อมๆกัน
DD..เป็นมันอีกแล้ว
ชายหนุ่มจ้องมองรูปเจ้าของชื่อ DD นั้นด้วยความขุ่นเคืองและอิจฉาริษยาอย่างรุนแรง ดวงหน้าขาวเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความอัดอั้น นัยน์ตาทอประกายแข็งกร้าว และเพ่งมองหน้าจออยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเสียงเรียกเข้ามือถือเงียบไป
แต่ทว่า..มันกลับดังขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้ภูมิไม่รอช้าอีก รีบกดรับสายทันที เพราะเขาตัดสินใจแล้วที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายในรูปนี้เป็นอะไรกับพี่เมียของตนกันแน่
ฮัลโหล..เจ..ผมดวงเมืองนะครับ
เสียงที่ออกมาจากปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย และเรียกชื่อกันดูสนิทสนมมาก ภูมิได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตนไม่ให้ตวาดด่าฝ่ายตรงข้ามไปเสียก่อน
..
ฮัลโหล..คุณได้ยินผมหรือเปล่า..เจ..เจครับ
ปลายสายร้องเรียกกลับมาอีกครั้ง ภูมินิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะพยายามเค้นเสียงตอบกลับไป
แกเป็นใคร!..มีธุระอะไรกับพี่!!
คราวนี้ปลายสายเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมา ทว่าเสียงนั้นไม่ฟังดูนุ่มหูเหมือนครั้งก่อนแล้ว กลับแข็งกระด้างและเย็นชา ทั้งยังเปี่ยมอำนาจจนน่าขนลุก
คุณล่ะเป็นใคร นี่ใช่มือถือของคุณเจหรือเปล่า
ฉันถามว่าแกเป็นใคร!! เกี่ยวข้องอะไรกับพี่เจ!!
ผมชื่อดวงเมือง เป็นเพื่อนกับคุณเจ..คุณเจไปไหน ขอผมพูดกับคุณเจหน่อย
แกไม่มีสิทธิ์!..อย่ามายุ่งกับพี่เจอีก แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะ!!
ภูมิกดตัดสายทิ้งทันทีเพราะหลังจากอดทนคุยจนกระทั่งรู้จักชื่อของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็ไม่สามารถจะกักเก็บอารมณ์โกรธแค้นเอาไว้ได้ สุดท้ายเลยเผลอตะคอกใส่ปลายสายเสียงดังลั่นห้อง
ฮ่ะๆๆDD!..ดวงเมือง!!..ดวงเมือง!!!...หลอกผมได้นะ!!!
เขาหัวเราะให้กับความโง่เง่าของตัวเองแล้วรีบหันกลับมาหาคนใจร้ายที่หลอกเขา แต่บนเตียงกลับพบแต่ความว่างเปล่า ร่างนั้นหายไปแล้ว!! พี่เจ!!..
ร่างโปร่งเจ้าของชื่อนั้นได้สติเต็มที่ตั้งแต่ได้ยินเสียงตวาดด่าแล้ว และกำลังลุกหนีเข้าไปในห้องทำงานด้านในด้วยความรีบร้อน เจสะดุ้งขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก พลันเสียเวลาชั่วขณะหันมาจ้องมองร่างสูง ดังนั้นตัวเองจึงชะงักงันอยู่ที่หน้าประตู
อย่าเข้ามานะ..นายบ้าไปแล้ว นายกล้าดียังไงถึง..ถึงได้..โธ่เอ๊ย!..นี่มันในบ้านของฉันแท้ๆ
ตอนนี้ร่างโปร่งอยู่ในสภาพที่ทุลักทุเลเต็มที่ ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด และทั้งร่างยังสั่นสะท้านด้วยความอับอายปนตื่นตระหนก
ภูมิไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าตนอย่างไร ไอ้คนที่โทรมาเมื้อกี้..มันชื่อดวงเมือง .. DD ไหนพี่บอกว่ามันชื่อเดชา ดวงนนท์ยังไง เขาถามกลับด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวและคาดคั้น เพราะนี่ต่างหากที่เขาสนใจ
สองคนต่างพูดกันไปคนละเรื่อง แต่ชื่อดวงเมืองที่ภูมิพูดออกมานั้นกลับทำให้เจตกใจ..แต่เขาก็พยายามระงับจิตใจให้เป็นปกติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเย็นชา ทั้งๆที่ในใจแทบอยากจะหนีออกไปให้พ้นๆจากสภาพอันเลวร้ายนี้เต็มทน
ขอบอกเอาไว้เลยนะภูมิ ถ้านายยังคิดทำบ้าๆแบบนี้อีกฉันจะไล่นายออกจากบ้าน อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ รีบออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!!
เจตะคอกใส่บ้าง แต่ภูมิยังนิ่งงัน นัยน์ตาที่จ้องมองมาแฝงความเจ็บปวดใจอย่างสาหัสแต่ชั่วครู่ก็จางไปอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง!!
ถ้าพี่คิดว่าไล่ผมไปได้ก็เชิญเลย! ผมไม่สน..ซักวัน..ซักวัน..ผมจะทำให้พี่ยอมเป็นของผมให้ได้! แล้วไอ้ดวงเมืองนั่นอีก..ผมไม่ยอมให้มันมาแย่งพี่ไปได้เด็ดขาด!!
พูดจบภูมิก็ทำท่าจะวิ่งเข้ามาหาเจอีกครั้ง ร่างโปร่งจึงรีบเปิดประตูหนีเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของตนทันที! ซึ่งจังหวะที่ปิดประตูนั้นเองก็ทันพอดีกับคนที่เพิ่งไล่ตามมาถึงแบบเส้นยาแดงผ่าแปด!!
ภูมิทุบประตูห้องทำงานดังลั่นด้วยความหงุดหงิด และพยายามผลักดันเต็มที่ แต่ก็ไร้ผล!..
พี่เจ!..ออกมานะ!..ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน..พี่เจ!!..อย่าหนีผม!!
ออกไป!!..ออกไปจากห้องของฉัน!!
เจตะโกนไล่อีกแต่เสียงที่ออกมาก็สั่นพร่าและแหบแห้ง รู้สึกหมดแรงจนต้องใช้หลังพิงประตูนิ่ง แต่เสียงทุบประตูและเสียงอ้อนวอนยังดังต่อไปหลายครั้ง ซึ่งทำให้เขาไม่อาจจะวางใจในความปลอดภัยของตัวเองได้
พี่เจ!!..เปิดประตูนะ!!..ถ้าไม่ยอมเปิด ผมจะพังเข้าไป!!
ออกมาคุยกันก่อน..ผมไม่ทำอะไรพี่อีกแล้ว..นะครับ..พี่
พี่เปิดประตูก่อนเถอะ ผมไม่ทำอะไรแล้วจริงๆ
.
เจได้แต่ใช้ความเงียบโต้ตอบกลับไป ได้ยินเสียงภูมิถอนหายใจเบาๆ เพราะชายหนุ่มทั้งตะคอกด้วยถ้อยคำรุนแรง ทั้งล่อหลอกและขู่ หรืออ้อนวอนขอยอมแพ้ แต่ก็ไม่ทำให้เจที่ขังตัวเองอยู่ในห้องใจอ่อนลงได้เลย
ถ้าพี่ไม่ยอมออกมาพบผม..ผมก็จะนั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าพี่จะเปิดประตู
..
เจยังคงไม่ตอบคำและไม่แยแสสนใจเหมือนเดิม แต่ทว่าสิ่งที่เรียกความสนใจจากร่างโปร่งได้กลับเป็นเสียงๆหนึ่งที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สามในรอบวัน เจรีบแนบหูลงกับบานประตูทันที และพยายามฟังให้ได้มากที่สุด
ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด
ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด..ติ๊ด..ติติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ตี่ติ๊ด
ส่วนภูมิที่ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งก็ยังไม่สามารถทำให้ประตูเปิดออกมาได้ ความโกรธและน้อยใจมีมากมายจนเต็มหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งพอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมือถือในมือพร้อมกับเสียงเรียกเข้าอันแสนน่ารำคาญนั่น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มแทบอยากจะขว้างมันออกไปให้พ้นหูพ้นตา แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ทำตามความคิด ภาพบนหน้าจอที่สว่างวาบอยู่ก็ทำให้มือต้องหยุดชะงักไป ก่อนที่เจ้าตัวจะสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนต้องกำมือถือในมือเอาไว้จนแน่น!!!
เป็นมันโทรมาอีกแล้ว!!
ภูมิกดรับสายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดกรอกลงไปเสียงดังสนั่น!!
แกอย่าโทรเข้ามาอีก!..ถ้าไม่อยากตาย!!
ฮัลโหล..นั่นคุณเป็นใคร เกิดอะไรขึ้นกับคุณเจ..ผมอยากพูดกับคุณเจ!!
ปลายสายดูจะไม่สนใจคำขู่ของภูมิเลยแม้แต่น้อย
แกชื่อดวงเมืองใช่มั๊ย!! จำเอาไว้!..พี่เจเป็นของฉัน!! แกอย่าได้มายุ่มย่าม ถ้ายังไม่อยากตาย!!
ชายหนุ่มขู่เป็นคำรบสอง แต่ผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิม ไอ้คนที่ชื่อดวงเมืองนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดหวั่นหรือลนลานไปกับคำขู่ของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะน้ำเสียงและคำพูดที่ตอบโต้กลับมายังหนักแน่นจริงจังและเปี่ยมอำนาจกดดันอยู่ในที
ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครและไม่รู้ว่าคุณมีความสันพันธ์อะไรกับคุณเจ แต่ผมกับคุณเจเป็นเพื่อนกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ผมก็ไม่ปล่อยคุณเช่นกัน
แก!!!
แล้วอีกหนึ่งชั่วโมงผมจะโทรกลับไปใหม่ และถ้าผมยังไม่ได้พูดกับเจอีกล่ะก็..ตอนบ่ายวันนี้คุณคงจะได้เจอกับผมแน่นอน แค่นี้นะ
แล้วคนชื่อดวงเมืองก็วางสายไปอย่างใจเย็น คำพูดสุดท้ายนั่นไม่ใช่คำขู่แต่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงถ้าคนทางปลายสายไม่ได้พูดกับคนที่ต้องการ
ไอ้บ้าเอ๊ย!!คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ใครมาขู่ง่ายๆ!!
ภูมิตวาดด่าเสียงลั่น..โมโหมากเสียจนระงับอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ได้..พยายามกัดฟันข่มกลั้นความแค้นเอาไว้ไม่ให้ไปลงกับเจ้าของมือถือ แต่เอาไปลงกับสิ่งที่อยู่ในมือตนแทน
ชายหนุ่มขว้างมือถือเครื่องน้อยออกไปอย่างสุดแรงจนมันไปกระแทกเข้ากับผนังห้อง แล้วก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆอย่างไม่มีชิ้นดี
ข้างในเกิดอะไรขึ้นน่ะ! พี่เจ!..ภูมิคะ! อยู่ข้างในกันหรือเปล่า!!
พี่เจ..ภูมิ เกิดอะไรขึ้น เปิดประตูให้จอยหน่อยสิคะ
.
ภูมิสะดุ้งขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกที่หน้าประตูห้อง เป็นเสียงของจอย ภรรยาของเขาเอง
บ้าชะมัด!!สุดท้ายพี่เจก็หลุดรอดเขาไปอีกครั้งจนได้!!..
ร่างสูงเดินไปเปิดประตูใหญ่ที่ตนล็อคเอาไว้ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แต่ก็รู้ตัวดีว่าทำได้ไม่ดีนักเพราะเห็นผู้เป็นภรรยาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกังวลเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
ภูมิ..เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย เสียงดังลั่นไปทั้งบ้านเลย
จอย หรือ จิราวรรณ อนันตราช กำลังเดินเข้ามาภายในห้องด้วยสีหน้าแตกตื่น เห็นสามีของตนไม่ตอบคำกลับเงียบเฉย และมีสีหน้าท่าทางที่ดูไม่ดีนัก จึงได้กลืนคำถามของตนไม่กล้าที่จะซักไซ้อะไรอีก ได้แต่รู้สึกสงสัยเท่านั้น
และไม่เพียงมีหญิงสาวคนเดียวเท่านั้น ที่เบื้องหลังของหล่อนยังมีหญิงสูงอายุท่าทางผู้ดีจัดเดินตามมาอีกคนหนึ่ง..
อะไรกัน!..เสียงดังแต่เช้าเชียว รบกวนชาวบ้านชาวช่องเหลือเกิน เอ๊ะ!..ภูมิมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง แล้วนี่ตาเจอยู่ไหน เห็นแม่บ้านบอกว่ากลับมาแล้วนี่
ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ ผมมาปรึกษาเรื่องโครงการใหม่ของผมแต่พี่เจไม่เห็นด้วยน่ะครับ เราก็เลยทะเลาะกันนิดหน่อย ผมเองก็ใจร้อนด่วนสรุปเกินไป พี่เจเลยโกรธไม่ยอมให้เข้าพบอีก ตอนนี้เข้าไปทำงานในห้องทำงานแล้วครับ ภูมิตอบด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
อะไรกัน..เรื่องแค่นี้ทำไมต้องสะบัดหน้าไม่ยอมให้พบด้วยนะ ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะภูมิ เดี๋ยวแม่จะคุยกับตาเจให้เอง
อย่าดีกว่าครับ พี่เจเห็นว่ามันไม่ดี ผมก็ต้องคล้อยตาม
ไม่ได้นะ..เราน่ะเป็นถึงรองประธานยังไงก็ต้องมีน้ำหนักเอาไว้บ้าง วันหลังพอได้ผลงานใหญ่จะได้ทำให้ยัยจอยกับแม่ได้เชิดหน้าชูตากับเขาบ้าง หญิงสูงอายุเดินเข้ามาจับมือลูกสาวและลูกเขยที่ตัวเองแสนภาคภูมิใจเอาไว้ พร้อมกับพยักหน้าแสดงว่าเรื่องทั้งหมดนี้เธอสามารถแก้ไขให้ได้ ไม่ต้องห่วงๆ เดี๋ยวแม่ไปพูดให้เอง ยังไงแม่ก็มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ ตาเจไม่กล้าขัดหรอก
จอยที่ตอนแรกดูเป็นกังวลก็ทำท่าโล่งใจขึ้นที่ผู้เป็นมารดายอมออกหน้าให้กับสามีที่รัก ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ ภูมิต้องไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังแน่ๆค่ะ เธอยิ้มให้กับสามี
ภูมิจึงได้แต่เค้นรอยยิ้มอันสุดฝืนขึ้น ผมจะพยายามเพื่อคุณนะ..เอาล่ะ..เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า ผมไม่อยากรบกวนพี่เจ
ชายหนุ่มรีบดึงแขนหญิงสาวผู้เป็นภรรยาให้เดินตามออกมาจากห้อง พร้อมกับเชิญแม่ยายให้ตามตนออกมาด้วยเพราะเกรงว่าทั้งสองคนจะไปพบกับเจ้าของห้องที่กำลังหลบอยู่ในห้องทำงาน และกลัวว่าความจริงอันเลวร้ายที่เขาปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด!
และแม้หญิงสาวจะมีท่าทีอิดออดและรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่ก็คงคาดคิดไม่ถึงว่าสามีของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่..เธอจึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ เพื่อรอโอกาสที่จะได้เอ่ยถามกับพี่ชายต่างมารดาของตนแทน.
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในห้องของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าของห้องตัวจริงที่แอบซ่อนอยู่ในห้องทำงานด้านในล้วนได้ยินชัดเจนทุกคำ และมีหลายครั้งที่เขาต้องการจะออกมาบอกความจริงของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่เมื่อได้ยินเสียงของน้องสาวก็ต้องพยายามอดกลั้นใจเอาไว้
.ยัง.ยังไม่ถึงเวลา..
เจได้ย้ำคำนี้เอาไว้ในใจ น้องสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เขารัก เขาไม่อยากทำให้น้องสาวเสียใจ อีกอย่าง..ถ้าพูดไปจะมีใครเชื่อ! ภูมิ..น้องเขยผู้งามสง่า เป็นสามีที่แสนดี เรียบร้อยและนุ่มนวลใครจะเชื่อ จะเข้าใจ! ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เป็นแบบที่ทุกคนคิดเลยแม้แต่น้อย!!
ร่างโปร่งทรุดตัวลงกับพื้น นั่งพิงประตูอย่างใจลอย พลันน้ำตาอุ่นร้อนไหลอาบแก้มอย่างไม่รู้สึกตัว
..นี่เขารอดมาได้อีกครั้งแล้วใช่ไหม..ครั้งนี้โชคดีเหลือเกิน..แต่มันต้องมีอีกแน่..ครั้งหน้า..ครั้งต่อไป..จะยังโชคดีหนีรอดได้หรือเปล่า!!..
ดวงเมือง
แล้วอยู่ๆชื่อสองคำนี้ก็ลอยผุดขึ้นมา ทำให้เจรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที ใช่แล้วดวงเมืองเป็นคนช่วยเขาเอาไว้ รอยยิ้มจางๆเผยขึ้นมาทั้งน้ำตา เมื่อได้นึกถึง
ยังไงก็ยังมีคุณอยู่..ไม่มีอะไรต้องกลัว
เจลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พลางก้าวเข้าไปหาโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานทันที ในสมองคิดถึงแต่ดวงหน้าคมเข้มที่มักทำหน้าเย็นชาใส่เขาเสมอ..
ป่านนี้จะคิดถึงหรือจะเป็นห่วงเราหรือเปล่า แล้วจะได้รับคำอวยพรที่เขียนไว้ให้ไหม หรือว่าจะขยำทิ้งไปแล้ว ที่โทรมาแต่เช้าอาจจะโทรมาด่าเราก็ได้
เจคิดแล้วก็หัวเราะออกมา มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่คลอขังอยู่อย่างไม่ใส่ใจและพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตนอีก
เขาเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจทันที ได้ยินเสียงสัญญาณดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่จะมีคนกดรับสายซึ่งเป็นเสียงแข็งๆที่ฟังดูเครียดขึงราวกับเพิ่งไปทะเลาะกับใครมา
ฮัลโหล..นั่นใคร
ฮัลโหล..ผมเจครับ เป็นอะไรไป..ทะเลาะกับใครมาหรือ เจพยายามปรับเสียงให้เยือกเย็นลง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณเจ!!..คุณ..เป็นอะไรหรือเปล่า!!
เสียงปลายสายที่ฟังดูดุและเย็นชาเปลี่ยนเป็นร้อนรนขึ้นมาทันที และยังฟังดูอ่อนโยนขึ้นด้วย
เปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไร ทำไมครับ..เป็นห่วงผมเหรอ
ก็เป็นห่วงน่ะสิ ถามได้..ผมโทรเข้ามือถือคุณ ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เป็นคนรับ ท่าทางไม่ใช่เล่นเลย ผมก็เลยนึกว่าคุณ
เจนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าคนนิ่งๆเฉยๆอย่างดวงเมืองจะเป็นห่วงเขามากขนาดนี้ แสดงว่าการ์ดอวยพรที่เขียนเมื่อเช้าได้ผลเกินคาด
ผมไม่เป็นไรแล้วครับ พอดีผมลืมมือถือไว้ที่โต๊ะและน้องเขยผมเขาก็เลยเก็บไว้ให้
ผู้ชายคนนั้นเป็นน้องเขยคุณ?
ใช่ครับ เขาชื่อภูมิ ต้องขอโทษคุณด้วยถ้าเขาเสียมารยาท
ดวงเมืองเงียบไป ทำให้เจอดใจเต้นระทึกไม่ได้
ดูท่าทางเขาจะหวงพี่เมียอย่างคุณมากนะครับ
ไม่นะครับ อย่าเข้าใจผิดเขาเป็นแค่น้องเขยเท่านั้น คุณคงไม่คิดว่า.
..
ดวงเมืองเงียบไปอีกครั้ง ความเงียบ..ที่ทำให้เจทั้งใจเต้นและรู้สึกอึดอัด
คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เรื่องของน้องเขยคุณ ผมไม่อยากรับรู้ งั้นแค่นี้นะครับ
เสียงตอบกลับไม่มีความอ่อนโยนอีกแล้วและทำให้เจรู้สึกตัวชา จึงรีบละล่ำละลักเรียกปลายสายเอาไว้ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วทำท่าจะไหลออกมาอีก
เดี๋ยวครับเมืองคุณ..คุณโกรธผมหรือ
เจไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา
คุณวางสายหรือยัง ถ้ายัง..ก็พูดกับผมหน่อยนะ..ผมขอโทษ..เมืองเมือง
..
คุณพูดกับผมหน่อย..ผมอยากได้ยินเสียง..อย่าเพิ่งวาง..
.
ฮัลโหล..ม..เมืองฮัล..โหล
เจอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เมื่อพยายามเรียกคนรักเอาไว้แต่ที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงันที่ว่างเปล่า นัยน์ตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาและน้ำตาก็ไหลออกมาจริงๆ เจส่งเสียงสะอื้นเบาๆด้วยความเสียใจ มือที่กำหูโทรศัพท์คล้ายไม่มีแรงที่จะถือมันเอาไว้
..แต่ก่อนที่เขาจะวางมันลงก็พลันได้ยินเสียงตอบกลับมาเบาๆ!
อย่าร้องไห้..ผมยังไม่ได้วางสาย ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปหา
เจกำหูโทรศัพท์แนบแน่นขึ้นอีกครั้ง แม้นัยน์ตาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาจนภาพเบื้องหน้าเลือนลางไปหมดแต่มีสิ่งหนึ่งที่แจ่มชัด นั่นคือความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากใจ
เมือง
คุณไม่สบายใช่ไหม เมื่อคืนก็ตัวอุ่นๆด้วย
ผมไม่เป็นไรตอนนี้มาพักที่บ้านแล้วคุณ..ไม่โกรธ..ใช่ไหม
ผมไม่ได้โกรธคุณ อย่าคิดมากอีกนะครับ ผมแค่.อืม.ช่างเถอะ
เจรู้สึกใจพองโตขึ้นอย่างประหลาด วันนี้..วันเกิดของคุณ..
อ้อ!ใช่ครับ..เอ่อ..ขอบคุณสำหรับคำอวยพร แล้วก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่ต้องให้มารอจนดึกขนาดนั้น วันหลังถ้าผมกลับช้าก็ไม่ต้องรอนะครับ
ผมยินดีรอ ใช่แล้วจะรอตลอดชีวิตเลย..เจยิ้ม ดีใจที่คุณอ่านการ์ดของผมนะ..ผมนึกว่าคุณจะขยำมันทิ้งทันทีที่อ่านจบซะอีก
ตอนแรกก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอดีผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ก็เลยว่าจะเอาไปให้ไอ้วุตหรือไม่ก็คุณดลแปลให้ครับ
ฮะ!..อะไรนะ!!..คุณอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรือครับ!!
เจทำหน้าตกใจเต็มที่ โอ้!..ที่คิดว่าการ์ดอวยพรของเขาได้ผลนั้นผิดถนัดเลย มันไม่ได้ผลเลยต่างหาก!!
ไม่ออกครับ
อ่า!!.เจตบหน้าผากตัวเอง
..บ้าชะมัด!..เขาดันลืมนึกเรื่องภาษาไป คิดแล้วก็คอตกด้วยความผิดหวังทันที แต่ทว่าเมื่อกี้เขารู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆดังออกมาจากปลายสายนะ
..เอ๊ะ..หรือว่าหูฝาดไป..
ว่าไงครับ คุณจะอวยพรผมเป็นภาษาไทยไหม ถ้าไม่..ผมจะเอาไปถามเพื่อน
อย่า!..อย่าครับ!! เอาไปให้คนอื่นดูล่ะก็อายตายเลย อย่าเอาไปให้ใครดูนะแล้วก็ห้ามขยำทิ้งด้วย ไม่งั้นผมโกรธไว้..ไว้คืนนี้ ผมค่อยอวยพรคุณป็นภาษาไทยก็แล้วกัน..แค่เราสองคน
อืม..ผมจะรอ แล้วพบกันเย็นนี้ แค่นี้นะครับ
ครับ แล้วผมจะไปแน่นอน..บาย
เจเอ่ยลาอย่างมีความสุข ก่อนจะวางสายไปอย่างอาลัย..
ใช่แล้วของขวัญ!ที่เขายอมกลับบ้านจนต้องเกือบเสียท่าน้องเขยก็เพื่อมาเอาของขวัญพิเศษสำหรับดวงเมืองเท่านั้นเอง..
ร่างโปร่งรีบวิ่งไปหาตู้เซฟเล็กๆด้านซ้าย หมุนรหัสอย่างชำนาญ..สักพักเซฟส่วนตัวก็เปิดออกมา..ภายในมีเงินสดกองรวมไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นเอกสารสำคัญของตระกูลและธุรกิจรวมถึงบรรดาเครื่องเพชรมากมายของมารดา และด้านในสุดที่ช่องลับยังมีกล่องกำมะหยี่เล็กๆกล่องหนึ่งซุกซ่อนเอาไว้ด้วย
เจหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม..และเปิดออกดูด้วยความหวงแหน..
เขาจะมอบสิ่งนี้ให้กับดวงเมือง..และมันจะกลายเป็นของขวัญพิเศษที่ให้กับคนที่เขารักมากที่สุด
TBC ใกล้ไคลแมกซ์แล้วสิ ^^ มีผิดตรงไหนรบกวนบอกด้วยนะค่า ขอบคุณมากๆ